ต่เมื่อไปถึงจึงได้รู้ว่าสมบัติชิ้นนั้นถูกครอบครองไปแล้วโดยองค์ชายท่านหนึ่ง
เมื่อสอบถามรายละเอียดจากผู้เข้าร่วมแย่งชิงสมบัติชิ้นนี้ จึงพบว่าเป็นแผ่นศิลารู้แจ้งที่บรรจุมรดกต่าง ๆ รวมถึงประสบการณ์และความรู้แจ้งของมหาเทวะยุทธ์ระดับสูงสุดเอาไว้ ซึ่งนับว่าเป็นสมบัติที่ล้ำค่าอย่างมาก
เดิมทีฉู่โม่วเลือกที่จะตัดใจไปแล้ว
แต่หลังจากได้ทราบถึงข้อมูล เขาก็ต้องกลับมาคิดทบทวนใหม่
‘ความลึกล้ำในการบ่มเพาะความแข็งแกร่งของมหาเทวะยุทธ์ รวมถึงการรู้แจ้งต่อกฎเกณฑ์และวิถีคงจะอยู่ในระดับที่น่าสะพรึงกลัวขีดสุด ถ้าฉันได้ดูดซับและตกผลึกสมบัติชิ้นนี้ มันจะช่วยพัฒนาความเข้าใจและรู้แจ้งถึงความลึกลับดั้งเดิมได้ง่ายขึ้นอย่างมาก!’
ฉู่โม่วแอบคิด
เขาตัดสินใจที่จะปล้นสมบัติชิ้นนี้จากองค์ชาย!
แม้จะไม่ได้มีกฎที่เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรว่าห้ามขโมยหลังจากการแข่งขันแย่งชิงสมบัติจบไปแล้ว แต่นั่นเป็นเพียงความเข้าใจของคนทั่วไป เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บล้มตายหรือความบาดหมางที่ไม่จำเป็น ซึ่งเรื่องแบบนั้นอาจเข้าใจได้ หากมันเป็นสมบัติธรรมดา ๆ
แต่กับสมบัติหายากที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ เกรงว่าคงไม่ได้มีเพียงฉู่โม่วที่ต้องการฉกชิง อาจมีกองกำลังจำนวนมากที่ไม่ยอมรามือจากสมบัตินี้เหมือนกัน
เพราะศิลารู้แจ้งของมหาเทวะยุทธ์ผู้นี้เป็นสมบัติที่ล้ำค่าเกินพรรณนา
และแม้แต่ฉู่โม่วเองก็ต้องการมันมาก
อีกทั้ง…
เมื่อเขาขโมยมันมาได้สำเร็จ จนอาจถูก