สินใจเสร็จเรียบร้อย
ฉู่โม่วจึงเก็บกู่ฉินหงส์เพลิงเข้าไปในมิติพกพาแล้วออกจากถ้ำทันที
แต่ก่อนจากไป เขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงระงับกลิ่นอายเอาไว้ จากนั้นหยิบกระจกชำระล้างที่เคยได้รับออกมา ฉายสะท้อนไปทั่วร่างกายตัวเอง เพื่อชะล้างกลิ่นอายที่ผิดปกติต่าง ๆ ที่อาจซุกซ่อนอยู่บนร่างกาย
เขาทำสิ่งนี้เพียงเพื่อป้องกันไม่ให้ใครแอบติดตามได้
ฉู่โม่วไม่อาจปล่อยผ่านความเป็นไปได้เหล่านี้ เพราะระหว่างที่แย่งชิงยุทธภัณฑ์วิญญาณหายาก แม้ผู้ปลุกพลังเหล่านั้นจะไม่กล้าไล่ตามเขาต่อ แต่ก็อาจมีผู้ปลุกพลังบางคนที่ใช้วิธีการโจมตีลับบางอย่างเพื่อประทับสัญลักษณ์ติดตามเอาไว้ แม้ฉู่โม่วจะไม่เกรงกลัว แต่ก็ไม่ต้องการให้มีปัญหาตามมาในภายหลังเช่นกัน
หลังจากลบร่องรอยทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว ชายหนุ่มก็รีบออกจากถ้ำอย่างรวดเร็ว
แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ
เพียงไม่นานหลังจากที่ฉู่โม่วออกไป ก็มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งติดตามมาถึงสถานแห่งนี้เช่นกัน
“องค์หญิง กลิ่นอายของเทียมเทพกลืนกินสวรรค์สิ้นสุดลงที่ตรงนี้!”
หญิงชรารายงานต่อองค์หญิงที่นั่งอยู่บนรถม้าอันงดงาม
“เขารู้ตัวแล้วงั้นเหรอ?”
หลิ่วเสวียนจือขมวดคิ้ว “ไหนท่านยายสี่โอ้อวดว่าแมลงวิญญาณโบราณของท่านเหนือกว่าผู้ใดในโลกนี้ ตราบใดที่หลงเหลือกลิ่นอายของเป้าหมาย แม้กระทั่งมหาเทวะยุทธ์ก็ยังไม่อาจตรวจจับหรือลบล้างมันทิ้งได้ แล้วเขาจะหายตัวไปกลางคันได้อย่างไร?”
“ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันค่ะ