้ช่วยลงจอดบนดาวที่มีสิ่งมีชีวิตหน่อยครับ” ผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นในตอบเชิงสั่งการ
“เข้าใจแล้วครับ!”
ทูตผู้ซื่อสัตย์พยักหน้า เมื่อเห็นว่าฉู่โม่วไม่ได้จะสั่งการอะไรเพิ่มอีก เขาก็หันหน้าออกแล้วไปแจ้งข่าวให้กับส่วนที่เกี่ยวข้อง
ไม่นานนัก…
รถเทียมมังกรทั้งห้าก็เดินทางมาถึงดวงดาวแห่งชีวิตดวงหนึ่ง ที่ซึ่งเป็นดาวที่มีการพัฒนาของวรยุทธ์ค่อนข้างล้าหลัง ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดบนดาวมีความแข็งแกร่งอยู่ที่ขั้นเทียมเทพเท่านั้น
พวกเขาลงจอดบนเทือกเขาที่ห่างไกลบนดาวดวงนี้อย่างไม่ให้เป็นที่จับตามอง
กลุ่มของทูตนักรบรีบลงไปทำหน้าที่ตรวจตราพื้นที่เพื่อกันเหตุไม่คาดคิดที่พร้อมจะเกิดขึ้น และเมื่อทุกอย่างปลอดภัยดี เขาจึงแจ้งกลับไปบนราชรถ “นายท่าน ทุกอย่างปลอดภัยดีครับ!”
“ดีมาก ถ้างั้นพวกคุณไปพักกันก่อนเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงผม”
พูดเช่นนั้นแล้ว ฉู่โม่วก็หันหน้าแล้วเดินกลับไปยังห้องที่เงียบสงบอีกครั้ง
…
“มาเริ่มกันเลยก็แล้วกัน!”
ชายหนุ่มอดใจแทบไม่ไหว
โดยไม่ลังเล เขาหลับตาลงก่อนแล้วทำจิตใจให้สงบ จากนั้นก็เริ่มปลดปล่อยพลังแห่งห้วงมิติออกมาจากทั่วทั้งร่าง และปาดมันไปยังพื้นที่ว่างเปล่าที่เบื้องหน้าตน
ทันใดนั้นเอง…
กลิ่นอายของความว่างเปล่าก็ก่อตัวขึ้นมา
ความเน่าเหม็นของการสลายและพลังงานลึกลับก่อตัวกันเป็นกลิ่นอายที่เปี่ยมไปด้วยความสูญเสียหลั่งไหลออกมา มันเป็นกลิ่นอายที่ค่อนข้างประหลาดมาก ๆ ยามที่มันปนเปื้อนกับกลิ่นอายเด