างแน่นอน!”
ได้ยินเช่นนั้น ฉู่โม่วก็พูดตอบ “ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ต้องการมัน แต่คุณนำทองคำห้วงมิติชิ้นนี้ไปมอบให้กับผู้ที่อยู่ในตำหนักบรรพชนได้นะ ผมคิดว่าทางตำหนักบรรพชนจะต้องตกรางวัลให้อย่างมากแน่ ๆ!”
“ท่านผู้ดูแล คุณไม่รู้อะไรเสียแล้ว ในฐานะที่ผมเป็นผู้คุ้มกันของคุณ ผมผู้ชราภาพนี้ได้รับรางวัลจากตำหนักบรรพชนเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ผมได้รับเกียรติให้มาปกป้องคุณตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ สิ่งนี้ถือเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่มากแล้ว ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องมอบทองคำห้วงมิติชิ้นนี้ให้ผมแต่อย่างใด!”
ผู้ตรวจการโจวอธิบาย
“เข้าใจแล้วครับ”
ฉู่โม่วเข้าใจได้และพยักหน้า แต่ในขณะที่เขาจะพูดอะไรเพิ่มเติมสักหน่อย ก็เห็นผู้ตรวจการโจวโบกมือให้เสียก่อน “หากคุณรู้สึกผิดละก็ คุณเพียงแค่ตอบรับคำขอของผมผู้นี้ก็พอครับ”
“ผู้ตรวจการโจว บอกผมมาได้เลย”
เขาพูดเสริม “ทองคำห้วงมิตินี้สำคัญกับผมมาก ๆ เพราะงั้นไม่ว่าจะเป็นคำขอใด ๆ ตราบใดที่ผมทำได้ สัญญาว่าจะทำให้อย่างแน่นอนครับ!”
“ผมแก่แล้ว เพราะงั้นหลังจากผ่านช่วงนี้ไป ผมตั้งใจจะขอรับรางวัลล่วงหน้าจากตำหนักบรรพชนเพื่อขอปลีกตัวไปฝึกฝนเพื่อหาทางพัฒนาขั้นตนเอง หากสำเร็จ ทุกคนคงจะร่วมยินดีกับข้า แต่ถ้าไม่สำเร็จ ผมอาจจะตายได้ หลังจากมีชีวิตอยู่มาหลายปี ผมไม่มีสิ่งใดให้หวงแหนนัก มีเพียงสายเลือดที่อยู่เบื้องหลัง ในตอนนี้ที่พวกเขาได้พัฒนาจนเป็นตระกูลใหญ่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังน่าเสีย