หนี ไม่อย่างนั้น ก็มีหวังจะต้องตกเป็นอาหารอีกมื้อ
เมื่อนึกได้เช่นนั้น ฉู่โม่วจึงถามอีกครั้ง “แล้วจุดแข็งของอสูรตัวนี้คืออะไร”
“ท่านผู้ดูแลอย่าได้กังวลไป เจ้าตัวนี้มีพลังแค่ในขั้นเทียมเทพเท่านั้น ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากมาย ตอนนี้ผู้ตรวจการโจวออกไปจัดการกับมันแล้ว อีกไม่นานเขาก็กลับมา!” ผู้อาวุโสกล่าว
“ดี ๆ!”
ฉู่โม่วพยักหน้าเล็กน้อย
เดิมทีเขากำลังฝึกวิชาอยู่ แต่กลับถูกปลุกให้ตื่นจากภวังค์ด้วยเสียงอึกทึก
ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่ได้กลับไปฝึกต่อแต่อย่างใด หากออกไปเฝ้าดูสถานการณ์การต่อสู้นอกรถเทียมมังกร
แม้ว่าเขาจะเคยได้ยินชื่อของมันมาก่อน ทว่าเขากลับไม่เคยเห็นมันกับตา
ชายหนุ่มแหงนหน้ามองทอดออกไปยังที่ห่างไกล ท่ามกลางท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ผู้ตรวจการโจวกำลังต่อสู้กับสัตว์อสูร!
สัตว์อสูรยักษ์ตัวนี้สูงราว ๆ สิบกิโลเมตร เกล็ดของมันราบเรียบ แสงดาวที่ส่องกระทบลงมาเผยให้เห็นเรือนกายสีเทาเหลือบเงินที่เป็นดังปราการเหล็ก ด้านบนศีรษะคือเขาหนึ่งข้าง ขณะที่มันต่อสู้กับผู้ตรวจการโจว บางครั้งมันจะปล่อยลำแสงออกมาเพื่อตัดผ่าความวางเปล่า เห็นได้ชัดว่ามันทรงพลังอย่างมาก
ถึงอย่างนั้น ผู้ตรวจการโจวก็หาใช่คนธรรมดาที่คิดจะขบเคี้ยวอย่างไรก็ได้ เขามีฐานพลังอยู่ในระดับสูงสุดของขั้นเทพเจ้า ความแข็งแกร่งของเราไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร แน่นอนว่าเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าสัตว์อสูรตัวนั้นเสียอีก มันอยู่ใต้กำมือของเขาอย่างสมบูรณ์