ไม่นานนักมันคงเป็นฝ่ายแพ้พ่าย
เมื่อเห็นเช่นนั้น ฉู่โม่วก็รู้สึกโล่งใจ
ขณะเดียวกันนั้นเอง
ผู้ปลุกพลังจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินก็เฝ้าดูสถานการณ์อยู่ภายในรถเช่นกัน แสงศักดิ์สิทธิ์อันเจิดจ้าวับวาบประกายผ่านสายตา แผ่รัศมีออกไปทุกสารทิศ กลายเป็นภาพที่ทำให้หลาย ๆ คนตื่นเต้นจนตัวสั่น
“แข็งแกร่งมาก!”
“นี่เหรอความแข็งแกร่งในขั้นเทพเจ้า!”
“ฉันจะมีโอกาสได้ครอบครองพลังที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้บ้างไหมนะ!”
“อวกาศนี่กว้างใหญ่จริง ๆ ถึงขนาดมีสัตว์อสูรตัวโตเท่านี้ได้!”
ผู้ปลุกพลังรุ่นหนุ่มสาวส่งเสียงเกรียวกราว ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
ท่ามกลางการแสดงอันน่าตื่นตา ไม่นานการต่อสู้ก็สิ้นสุดลง สัตว์อสูรตัวเขื่องหมดเรี่ยวแรงจะต้านทาน มันพยายามจะหลบหนี แต่มีหรือที่อีกฝ่ายจะปล่อยไป
เขาร่วมมือกับคณะทูตเพื่อพันธนาการตัวของมันไว้ ก่อนจะระดมกำลังยิงใส่มันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าสัตว์อสูรตัวนี้จะดิ้นรนมากเพียงไหน มันก็ไม่สามารถหลีกหนีไปได้ ทำได้เพียงส่งเสียงคำรามลั่นอันน่าเวทนา
ในที่สุด
ภายใต้การจัดการของผู้ตรวจการโจว สัตว์อสูรร่างยักษ์ได้ตายลงอย่างสมบูรณ์
ฉากตรงหน้า ทำให้ฉู่โม่วรับรู้ได้ทันทีว่าปัญหาเมื่อครู่จบลงแล้ว เขาเดินหันหลังกลับไปที่ห้องเพื่อฝึกวิชาต่อ
ทว่าผ่านไปครู่หนึ่ง ก็ยังไม่ได้ยินเสียงเร่งเครื่องของรถเทียมมังกร ยังไม่ทันที่ความสงสัยจะก่อตัวสมบูรณ์ เสียงของผู้ตรวจการโจวก็ดังขึ้น “ท่านผู้ดูแล ผมพบบา