ดารและเหนือล้ำ
ชั่วพริบตา… เวลาก็คล้อยผ่านไปสามเดือน
ช่วงสามเดือนมานี้ เสียงระฆังยังคงแผ่กระจายออกมาเป็นระยะ ๆ และแม้จะทำให้สมองของผู้คนว่างเปล่าไปชั่วขณะทุกครั้งที่ได้ยิน แต่มันก็ทำให้ค่อย ๆ ชินเช่นกัน เพียงแต่ว่ายิ่งรู้สึกคุ้นชินพวกเขาก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวอยู่ลึก ๆ ในใจ
ในเช้านี้ …ผู้คนนับไม่ถ้วนบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินก็ออกมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่ทันใดนั้น ก็ปรากฏเสียงระฆังที่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งจักรวาล
เหง่งหง่าง!!!
ทันทีที่ระฆังดังขึ้น ระลอกคลื่นที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าก็ก่อตัวขึ้นราวกับคลื่นยักษ์ โดยเริ่มจากฐานลู่หยางและกระจายออกไปทุกทิศทุกทาง
ไม่ว่าจะเป็นใครหรืออยู่แห่งหนใด ก็ล้วนได้ยินเสียงระฆังที่สะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
อากาศทั่วโลกวิปริตแปรปรวน ต้นไม้ไหวไปมา ราวกับต้องพายุโหมกระหน่ำอันไร้ที่สิ้นสุด คลื่นลมขนาดใหญ่เคลื่อนตัวไปรอบโลกทั้งใบ เมื่อเสียงนั้นแผ่กระทบไปถึงขอบทะเล น้ำทะเลกลายเป็นคลื่นยักษ์ปั่นปวน มวลเมฆบนท้องฟ้าก็พลันถล่มลงมาด้วยเช่นกัน
เหง่งหง่าง! เหง่งหง่าง! เหง่งหง่าง!
เสียงระฆังยังคงดังอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน
สวรรค์ โลก และท้องฟ้าทั้งหมดราวกับถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีพภายใต้เสียงของระฆัง แผ่นดินสั่นสะเทือนราวกับมีสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวกำลังจะปรากฏตัว มิติความว่างเปล่าแตกร้าวราวกับมีผู้ที่แข็งแกร่งกำลังมาเยือนที่ดาวเคราะห์สีน้ำเงินแห่งนี้ด้วยฤทธานุภาพอันยิ่งใหญ่
เสียงร