ะฆังกระจายไปทั่วทั้งดาวเคราะห์สีน้ำเงิน และไกลออกไปสู่ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว
ดวงดาราอันไร้ที่สิ้นสุดเหล่านั้นพลันทอแสงส่องประกายระยิบระยับ
ราวกับตอบรับเสียงของระฆัง มันเริ่มสั่นไหวก่อนจะมืดดับลง ดวงดาวที่เคยสุกสกาวร่วงหล่นดับลงทีละดวง
แม้ว่าตอนนี้จะเป็นเวลากลางวัน แต่เมื่อแสงดาวตกเหล่านั้นร่วงหล่นลงมาพร้อมแสงเจิดจ้าของดวงอาทิตย์ที่แผดเผา มันก็พลันกระจายไปทั่วท้องฟ้า ทำให้ท้องฟ้าทั้งหมดถูกย้อมให้กลายเป็นสีสันทอรุ้งเหมือนแสงออโรร่าทันที
ผู้คนนับไม่ถ้วนเงยหน้าขึ้นมองปรากฏการณ์ที่เหมือนฝันด้วยสีหน้าตกใจ
แต่ไม่นานพวกเขาก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง
เหง่งหง่าง!
เสียงระฆังลั่นยาวอีกครั้งหนึ่งดังขึ้น สะท้อนอย่างต่อเนื่องบนท้องฟ้า
เสียงระฆังนี้ยาวนานกว่าครั้งไหน ๆ ก้องกังวานและซ้อนทับกันจนเสียงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตอนแรกก็ฟังดูเหมือนเสียงระฆังในตอนเช้าตรู่หรือกลองสวรรค์ยามเย็น แต่เมื่อเสียงกังวานใสดังขึ้นไม่หยุดหย่อน ก็ทำให้ทั่วทั้งโลกเหลือแต่เสียงระฆังสวรรค์นี้
ช่วงเวลานี้
ในส่วนลึกของหัวใจผู้คนนับไม่ถ้วน มีเพียงเสียงระฆังที่ดังก้องกังวาน
เสียงระฆังนี้ราวกับจะสามารถชะล้างความหม่นหมองที่อยู่ลึกในก้นบึ้งจิตใจของพวกเขาได้ทุกคน ทุกวินาทีที่ได้ยินเสียงระฆังก็รู้สึกว่าร่างกายโล่งขึ้น หรือแม้แต่สมองก็ปลอดโปร่งขึ้นมาก จนหลายคนถึงกับขับปฏิกูลบางอย่างออกจากร่างกายได้ราวกับได้รับการชำระล้างไขกระดูก
“นี่