องคุณฉู่!”
ผู้ติดตามหลายคน รวมถึงทูตนักรบทั้งหมดล้วนแต่รีบเข้าไปปกป้องผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นในไว้ พวกเขาแสดงพลังที่แข็งแกร่งออกมาขณะเผชิญหน้ากับศัตรูมากมาย
ในส่วนของผู้ตรวจการโจวและผู้อาวุโสสวี พวกเขายังไม่ทำสิ่งใดอื่น
ทั้งสองถือเป็นผู้คุ้มกันที่ใกล้ชิดกับชายหนุ่มที่สุด เพราะงั้นพวกเขาจึงคอยอยู่รอบ ๆ ตัวผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นในตลอดเพื่อป้องกันลูกหลงหรือการโจมตีอื่น ๆ โดยไม่ได้แยกไปรับมือกับสัตว์อสูร
ซึ่งฉู่โม่วเองก็ยังไม่ได้ลงมืออะไร เขาเพียงยืนมองกลุ่มของสัตว์อสูรที่โถมดิ่งเข้ามา แววตาของเขานิ่งสงบราวกับคิดอะไรบางอย่างอยู่
“พวกมนุษย์ ตายซะ!”
กลุ่มของสัตว์อสูรดังกล่าวมุ่งหน้าเข้าหาชายหนุ่ม
ผู้นำของสัตว์อสูรเหล่านี้มีกลิ่นอายที่น่าเกรงขาม มันสูงเกือบจะเทียบเท่าได้กับเทพเจ้า ยิ่งใหญ่และหยิ่งผยอง ให้ความรู้สึกเหมือนว่าเป็นทั้งเทพเจ้าและจอมอสูรในเวลาเดียวกัน และมันกำลังมุ่งหน้ามาหมายจะฆ่าฉู่โม่วให้ตายไป
“คำพูดคำจาสมเป็นอสูรดีนี่!”
เจตจำนงแห่งกระบี่ของเฉินต้าวซวีถูกปลดปล่อยออกมาราวกับจะกลืนกินฟากฟ้า กระบี่ในมือของเขาปลดปล่อยพลังที่น่าเกรงขามก่อนจะปล่อยคลื่นกระบี่ที่คมกริบจำนวนหนึ่งออกมา
เช่นเดียวกับกู๋เหลี่ยนซิงที่เข้ามา ณ ขณะนั้น เธอช่วยปัดป้องการโจมตีของสัตว์อสูรตนอื่นที่หมายจะลอบทำร้ายได้อย่างกระฉับกระเฉง
ด้วยการร่วมมือกันของทั้งสอง แม้จะต้องเจอสัตว์อสูรระดับเทวะยุทธ์ มันก็ไม่ได้ทำให้พวก