เขาเสียเปรียบแต่อย่างใด
ทว่าในยามที่สัตว์อสูรเพิ่มจำนวนถามโถมเข้ามามากขึ้น
ที่พึ่งสุดท้ายจึงได้เริ่มทำงาน
เหล่าทูตนักรบที่คอยอยู่รอบ ๆ ตัวฉู่โม่วเริ่มตอบโต้ พวกเขาเข้าปะทะกับเหล่าสัตว์อสูรดังกล่าวในทันที
“ฆ่าพวกมันซะ!”
การต่อสู้หนักหน่วงมากขึ้นในเวลาไม่นาน ทั้งสองฝั่งเริ่มที่จะปปะทะกระบวนท่าต่าง ๆ ใส่กันอย่างหนักหน่วงแล้ว
และด้วยการต่อสู้ที่รุนแรงนี้เอง มันทำให้มิติเบื้องหลังสั่นสะเทือน บางสถานที่ ห้วงมิติเกิดรอยแตกร้าว ฟากฟ้าแสงดาวก็เริ่มพังทลาย และสัตว์อสูรระดับต่ำมากมายต่างล้มตายกันนับไม่ถ้วน
กลิ่นของเลือดคละคลุ้งไปทั่วในเวลาครู่เดียว
“คุณฉู่ครับ บางสิ่งบางอย่างไม่ปกติ พวกเราควรจะออกจากที่นี่ก่อน!”
ตอนนั้นเอง
ผู้อาวุโสสวีที่อยู่ข้าง ๆ เขาก็ได้พูดขึ้น
สัตว์อสูรที่มุ่งหน้าเข้ามานั้นดูแปลกเกินไป มันมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ในแง่ของการเป็นผู้คุ้มกันของฉู่โม่ว การเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขารีบแนะนำให้ชายหนุ่มถอยออกจากที่นี่ก่อนเป็นอันดับแรก
ได้ยินเช่นนั้น
ฉู่โม่วที่เตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คมคายกำลังห้อมล้อมเขาไว้ในเวลารวดเร็ว ซึ่งกลิ่นอายเหล่านี้ก็เปี่ยมไปด้วยจิตสังหารอันล้นทะลัก มันถาโถมเข้าหาชายหนุ่มราวกับภูเขาที่กำลังถล่ม
“กำลังรออยู่เลย!”
พลันเมื่อกลิ่นอายเหล่านี้ปรากฏขึ้นมา แววตาของอัจฉริยะฉู่ที่เคยนิ่งสงบอยู่ตลอดก็เยือกเย็นขึ้น เจตจำนงแห่งกระบี่