ุดขึ้นมาภายในใจ ทว่าเขาเลือกที่จะไม่พูดออกไป ที่เขานิ่งเฉย ไม่ใช่ว่าเขาไม่ทุกข์ร้อน!
เมื่อคิดดังนั้น…
ผู้อาวุโสสูงสุดซึ่งมีอายุร่วมหมื่นปีอดไม่ได้ที่จะเย้ยหยันให้กับโชคชะตา
…
ณ ค่ายพักของตระกูลจ้าว
ผู้เฒ่าแห่งตระกูลจ้าวจรดมองยังเด็กหนุ่มผู้มีดวงตาแน่วแน่เบื้องหน้า ด้วยสายตาอันอาวรณ์ “ลูกพ่อ การคัดเลือกผู้ติดตามของผู้สืบทอดฉู่นั้นมีความสำคัญอย่างมากต่อตระกูลของเรา เรื่องนี้จะทำให้บ้านของเขากลับคืนสู่ความรุ่งเรืองเช่นเมื่อครั้งอดีต!”
“พ่อรู้ว่าลูกเป็นคนพิเศษ เป็นคนที่มีจิตใจทะนง พ่อรู้ การต้องไปเป็นผู้ติดตามของคนอื่นมันน่าอึดอัดมากเพียงไหน… มันเป็นความผิดของพ่อเอง!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้เป็นลูกชายก็พลันส่ายหน้า “พ่อครับ อย่าพูดแบบนี้เลย!”
“เพื่อดูแลผม ครอบครัวของเราต้องทุ่มเทหลายสิ่งหลายอย่าง พ่อน่ะ เห็นคุณค่าในตัวผมยิ่งกว่าใคร จะสมบัติหรือทรัพยากรล้ำค่าอะไร พ่อก็ล้วนแต่ยกให้ผมเสมอ ยอมแม้กระทั่งชะลอการบ่มเพาะเพื่อให้ผมได้ก้าวหน้าไปก่อน… สิ่งเหล่านี้ล้วนพิสูจน์ว่าพ่อรักผมขนาดไหน! ดังนั้นแล้ว มันก็ถึงเวลาที่ผมจะต้องตอบแทนในความรักความใส่ใจนี้!”
“ถ้าลูกคิดแบบนี้ พ่อก็เบาใจ!”
ผู้นำตระกูลกล่าวอย่างโล่งอก
“พ่ออย่าได้กังวล ผมจะไม่ทำให้ต้องผิดหวังแน่นอน!”
เด็กหนุ่มพูดอย่างหนักแน่น
…
“ฉันจะต้องเป็นผู้ติดตามของคุณฉู่ให้ได้ นี่เป็นวิธีการเดียวที่จะทำให้ฉันก้าวหน้า!”
ณ เมืองหมื่นป่าสมุทร ผู้ปล