กประหลาดใจไม่น้อยเมื่อเห็นเฟยเหลียนเอ่ยปากทักทาย เพราะก่อนหน้าที่จะเข้าสู่เขตแดนลับกลืนดารา เฟยเหลียนผู้นี้ได้แสดงท่าทีเย็นชาต่อเขา
เมื่อชายหนุ่มกำลังครุ่นคิดในเรื่องนี้ จู่ ๆ ก็ได้ยินเฟยเหลียนพูดขึ้นว่า “ฉู่โม่ว แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่การที่นายสามารถปลิดชีพโม่ซางได้ด้วยตัวคนเดียว ฉันก็ขอยอมรับสภาพแต่โดยดีว่า… ฉันไม่เก่งเท่านาย!”
เมื่อได้พูดมันออกไป
เขาก็หยุดชะงักไปชั่วครู่ และคล้ายมีอาการลังเลบางอย่าง แต่ในที่สุดเขาก็โค้งคำนับและพูดว่า “ฉันขอโทษนาย สำหรับเรื่องก่อนหน้านี้ด้วย!”
เมื่อได้ยินประโยคนี้
ฉู่โม่วก็รู้สึกประหลาดใจ
เพราะไม่คาดคิดมาก่อนว่าเฟยเหลียนจะกล้าขอโทษเขา
‘ดูเหมือนว่าเทียมเทพเฟยเหลียนผู้นี้ก็เป็นพวกรู้จักผิดชอบชั่วดีเหมือนกันนะ!’
ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง
เขาเริ่มมีทัศนคติที่ดีขึ้นต่อเฟยเหลียน
เพราะว่า
ด้วยสถานะอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์ผู้เย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี การที่เขารู้จักยืดหดต่อความภาคภูมิใจตัวเองได้มันเป็นเรื่องที่ยากมาก
ดังนั้นชายหนุ่มจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มและพูดว่า “มันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ฉันลืมมันไปแล้ว เทียมเทพเฟยเหลียนไม่จำเป็นต้องคิดมากหรอกครับ!”
ก่อนจะแยกย้ายกันไป
ฉู่โม่วก็พูดส่งท้ายว่า “หลังจากออกไปแล้ว หากเทียมเทพเฟยเหลียนพอมีเวลา ก็สามารถแวะมาเยี่ยมฉันได้นะ จะได้มานั่งพูดคุยหรือแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องวิชาการต่อสู้ด้วยกัน!”
“ได้อยู่แล้ว ไว