้ฉันจะไปหานะ!”
เฟยเหลียนพยักหน้าด้วยแววตาเป็นประกาย
เมื่อเห็นบทสนทนาเช่นนี้ เทียมเทพพั่วซาน เทียมเทพอู๋หยา และคนอื่น ๆ ที่อยู่ด้านข้างต่างก็มีความสุขมากที่ได้เห็นทั้งคู่จับมือเป็นเพื่อนกันได้เสียที
เพราะอย่างไรก็ตาม ทั้งฉู่โม่วและเฟยเหลียนต่างก็เป็นเสาหลักของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในอนาคต หากเกิดความขัดแย้ง ไม่ว่าใครจะประสบอุบัติเหตุ มันจะกลายเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ
ดังนั้นการที่พวกเขาผูกมิตรกันได้ย่อมเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
หลังจากนั้น…
หลายคนก็พูดคุยกันต่อ บ้างก็เล่าถึงความสำเร็จที่ได้ประสบพบเจอในเขตแดนลับกลืนดารา
ต่อมาพวกเขาก็ได้พูดคุยถึงเหตุการณ์การปะทะระหว่างฉู่โม่วกับโม่ซางอย่างออกรส ราวกับไม่สามารถสลัดเรื่องราวเหล่านี้ออกจากหัวได้
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ทุกคนที่อยู่รอดมาจนถึงตอนนี้ล้วนเป็นอัจฉริยะแท้จริง พวกเขามีความเข้าใจในวิชาการต่อสู้ค่อนข้างดี และหลังจากได้สนทนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ทุกคนก็รู้สึกว่าได้รับประโยชน์เพิ่มอีกมากมาย
เพียงพริบตา ก็ผ่านไปอีกสองวัน
ในวันนี้ ขณะที่ทุกคนยังคงพูดคุยกันอยู่ จู่ ๆ โลกทั้งใบก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง จากนั้นก็ปรากฏช่องมิติขนาดใหญ่บนท้องฟ้าอันไกลโพ้น
เมื่อเห็นดังนั้นทุกคนจึงยืนขึ้น
พวกเขารู้ดีว่าในที่สุด… เขตแดนลับกลืนดาราก็กำลังจะปิดลงแล้ว!
“ได้เวลากลับบ้านแล้ว!”
ฉู่โม่วบ่นพึมพำกับตัวเองและอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่