้อย จึงดูเป็นผู้ที่ค่อนข้างดูน่าเบื่อสำหรับคนอื่น แม้เขาจะอยู่กับเพื่อนฝูง แต่ก็ไม่ค่อยได้พูดอะไรมากนัก
ดังนั้น หลังจากที่เทียมเทพเฟิงหั่วถามไปลอย ๆ ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตอบอะไรเช่นเคย จึงกำลังจะหันไปถามเทียมเทพพั่วซานต่อ
แต่ในขณะนั้นเอง เขาก็พูดขึ้นทันทีว่า “ฉันสัมผัสได้ว่าวิถีกระบี่ของฉู่โม่วนั้นแข็งแกร่งมาก ดังนั้นมันอาจจะเพียงพอที่จะใช้ต่อกรกับโม่ซางได้หนึ่งหรือสองกระบี่!”
“แต่ว่า…”
เทียมเทพอู๋หยาแสดงความเห็น แต่ก็มีอาการลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
“แต่อะไร?”
เทียมเทพเฟิงหั่วถามย้ำ
“มันยากมากที่จะเอาชนะโม่ซางด้วยวิถีกระบี่เพียงอย่างเดียว!”
เทียมเทพอู๋หยากล่าวอีกว่า “โม่ซางผู้นี้ยังมีพรสวรรค์พิเศษอีกหลายอย่าง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการหลบซ่อนอยู่ในความว่างเปล่าได้ แม้วิถีกระบี่ของฉู่โม่วจะแข็งแกร่ง แต่ถ้าเขาเลือกที่จะใช้กลวิธีซ่อนตัวจนไม่อาจโจมตีโดนได้แบบนั้น สุดท้ายฉู่โม่วก็ต้องพ่ายแพ้ในที่สุด!”
ทันทีที่ได้ยินคำพูดเหล่านี้
เทียมเทพพั่วซาน และเหล่าอัจฉริยะคนอื่น ๆ ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
อย่างเป็นเอกฉันท์
พวกเขาคิดว่ามันยากสำหรับฉู่โม่วที่จะเอาชนะโม่ซาง
ทว่าทันใดนั้นเอง
“ฉันไม่คิดว่าฉู่โม่วจะพ่ายแพ้!”
เฟยเหลียนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม
ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนก็รีบหันไปมองทางเฟยเหลียนโดยไม่รู้ตัว พร้อมความรู้สึกประหลาดใจ
เฟยเหลียนกำลังจ้องมองไปยังห้องโถงมรดกที่อยู่ไกลออกไปและพูดอย่างเ