รสวรรค์ตรงหน้าไม่ได้
เพียงแต่ว่า…
เมื่อนึกถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน เขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง
และส่ายหน้าไปมา
เมื่อกำจัดความคิดเหล่านั้นออกไป ผู้ประเมินก็เอ่ยขึ้น “ฉันอยากจะส่งพระพุทธเจ้าไปทางทิศตะวันตกเพื่อให้นายผ่านการทดสอบและได้รับสมบัติไป แต่โชคไม่ดีที่ฉันถูกจำกัดเอาไว้ภายในโถงมรดกนี้ ฉันอดใจไม่ได้ แต่ก็ช่วยให้นายผ่านการทดสอบไม่ได้เหมือนกัน!”
“ศิษย์พี่ช่วยผมมาเยอะแล้ว ศิษย์น้องไม่กล้าขออะไรไปมากกว่านี้แล้วละ”
ฉู่โม่วกล่าว
นี่คือสิ่งที่เขาพูดในใจ!
แม้ว่าจะไม่สามารถเอาชนะศิษย์พี่คนนี้และผ่านการทดสอบครั้งที่สี่ได้
แต่แค่ได้รับประโยชน์มามากมายขนาดนี้ก็ทำให้ฉู่โม่วพึงพอใจมากแล้ว
ในความคิดของเขา ความช่วยเหลือจากศิษย์พี่คนนี้นั้นล้ำค่ายิ่งกว่าสมบัติชิ้นไหน ๆ!
“เข้าใจแล้วสินะ!”
ผู้ประเมินยิ้มกว้างและไม่พูดอะไรอีก
ส่วนฉู่โม่วก็เผยรอยยิ้มจางออกมา
หลังจากนั้น
ทั้งสองก็นั่งลงและพูดคุยกันเล็กน้อย
มันเป็นการพูดคุยยิบย่อย แต่แท้จริงแล้วฉู่โม่วกำลังถามข้อสงสัยเกี่ยวกับวิถีกระบี่ และผู้ประเมินผู้เป็นศิษย์พี่ก็อธิบายทุกอย่างที่ตัวเองรู้ ทำให้ฉู่โม่วได้รับประโยชน์จากบทสนทนานี้มหาศาล
เวลาดำเนินผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ผ่านไปกว่าสามวันแล้ว
ในตอนนั้นเอง
ผู้ประเมินที่กำลังพูดคุยกันฉู่โม่วอยู่เหมือนจะสัมผัสได้ถึงบางสิ่งและเอ่ยขึ้น “ได้เวลาแล้ว… สหายฉู่โม่ว ฉันกับนายคงต้องกล่าวลากันแล้วละนะ!