”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น
ฉู่โม่วก็อดเผยสายตาไม่เต็มใจออกมาไม่ได้
ในระยะเวลาสามวันมานี้ ศิษย์พี่มีความรู้มากมายมหาศาล ทำให้ฉู่โม่วได้รับประสบการณ์เกี่ยวกับวิถีกระบี่อันล้ำค่ามามากมาย ตอนนี้เมื่อการจากลาไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แน่นอนว่าเขาต้องไม่พอใจอยู่แล้ว
“โลกภายนอกน่ะมีงานเลี้ยงฉลองอยู่ตลอดนั่นแหละ อีกอย่าง ฉันกับนายก็เป็นมือกระบี่กันทั้งคู่ พวกเราควรจะมั่นใจในการสังหารและโจมตี ทำไมถึงทำท่าทีแบบนั้นล่ะ!”
เมื่อเห็นสีหน้าของฉู่โม่ว ผู้ประเมินก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม
เมื่อได้ยินดังนั้น
ฉู่โม่วก็กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาก็ได้ยินศิษย์พี่พูดขึ้นมาเสียก่อน “อันที่จริง ฉันเองก็เสียใจอยู่เหมือนกัน ด้วยพรสวรรค์ของนาย ถ้าฉันได้รับนายเป็นศิษย์ในโลกนี้ได้ละก็นะ น่าเสียดายจริง ๆ…”
เมื่อพูดจบ เขาก็ถอนหายใจและเผยสีหน้าเหงาหงอยออกมา
หลังจากผ่านไปเป็นเวลานาน เขาก็ถอนหายใจ “ช่างมันเถอะ เรื่องพวกนั้นเป็นอดีตไปแล้วละ ตอนนี้ฉันติดอยู่ที่นี่และไม่มีวันออกไปได้ ฉันทำได้แค่หวังว่านายจะไปจนถึงสุดปลายวิถีแห่งกระบี่ และได้เห็นภาพที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน… แค่นี้แหละ ไปเถอะ!”
เมื่อพูดจบ
ผู้ประเมินก็โบกมือลา แล้วฉู่โม่วก็สัมผัสได้ถึงพลังรุนแรงที่โจมตีเขาจนมองไม่เห็น ทำให้เขาหมดสติไปในทันที