กวาดล้างผู้ปลุกพลังขอบเขตพลังเดียวกันได้ทั้งหมด
ด้วยภูมิหลังเช่นนี้
ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ตำหนักกระบี่เดียวดายถูกเคารพและยกย่องว่าเป็นขุมพลังสูงสุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ มีศาสนาอันยิ่งใหญ่ที่สืบต่อกันมานับแสนปี มีเทวะยุทธ์หรือแม้แต่มหาเทวะยุทธ์ที่คอยปกป้องดูแลตำหนัก
และตัวเขาเองที่ได้กลายเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสสูงสุดที่เป็นมหาเทวะยุทธ์
ไม่ว่าจะสถานะหรือภูมิหลัง เขาก็ได้รับการเคารพไปโดยปริยาย
ดังนั้นจึงมีอัจฉริยะหลายคนเข้ามากล่าวทักทายทันที
แม้แต่มหาเทวะยุทธ์ฉีอวิ๋นก็ลืมตาขึ้นเพื่อมองดู
ครืน! ครืน! ครืน!
“โฮก!”
ความอลหม่านของการมาถึงของเทียมเทพอู๋หยายังไม่ทันจางหาย
ทันใดนั้นก็มีเสียงตีกลองดังกึกก้อง พร้อมเสียงคำรามของมังกรอีกครั้ง
เมื่อทุกคนเงยหน้าขึ้น ก็พลันเห็นรถม้าศึกกำลังบินมาทางด้านนี้สองคัน
รถม้าศึกด้านหน้า
เป็นของชายร่างใหญ่ที่สวมชุดเกราะสีทองราวกับเป็นวีรบุรุษ
ส่วนอีกคันที่ตามมา
เป็นรถม้าศึกที่แกะสลักด้วยเสาไม้และฝังด้วยจารึกอักขระคล้ายเปลวไฟจำนวนนับไม่ถ้วนที่กระจายลมหายใจร้อนระอุออกมา
ข้างในมีชายผมแดงไว้เครา มีเปลวไฟสีแดงกำลังส่องประกายผ่านดวงตาของเขา
“เขาคือเทียมเทพพั่วซานและเทียมเทพเฟิงหั่ว!”
มีคนจำพวกเขาได้และตะโกนขึ้นทันที
ในไม่ช้าพวกเขาก็ลงจอด
หลังจากนั้นก็แสดงออกเหมือนกับตอนที่เทียมเทพอู๋หยามาถึงเช่นกัน