วกมันเองที่อยากจะกลืนกินพลังนี้ เพราะงั้นมันจึงไม่รู้จักความยับยั้งชั่งใจเมื่อได้พบแสงปริศนา
ความผันแปรอันเกิดจากส่วนลึกของสมองนี้ก็ดูเหมือนจะรับรู้ได้ถึงความดื้อดึงของเหล่าพรสวรรค์ภายในร่างแล้ว เพราะงั้นมันจึงส่งคลื่นอีกระลอกออกมา
คลื่นแปรผันในครั้งนี้มีความหนักแน่นกว่าครั้งก่อน ๆ มาก และมันทำให้พรสวรรค์ทั้งหมดต้องยอมสงบลงไปในทันที ทำให้ไม่สามารถขยับไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบไปพักใหญ่ ๆ
หลังจากผ่านจุดนี้ไปแล้ว
คลื่นแปรผันเหล่านั้นก็หายไป และกลายเป็นดวงแสงสีทองลูกหนึ่งที่ออกมาจากส่วนลึกของสมองแทน มันพุ่งเข้าไปหลอมรวมกับดวงแสงและพยายามชักนำดวงแสงนั้นให้เข้ามายังส่วนลึกของสมอง ก่อนจะหายไปช้า ๆ
เมื่อแสงเหล่านั้นหายไป ความต้องการพลังของเหล่าพรสวรรค์ในร่างของเขาก็พลอยหายไปตามธรรมชาติด้วย
ถึงก่อนหน้านี้จะพากันตื่นราวกับมดแตกรัง แต่ในตอนนี้พรสวรรค์ทั้งหลายก็กลับมาอยู่อย่างสงบราวกับเมื่อครู่นี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
และในขณะเดียวกันนั้นเอง
ภายในห้วงจิตของฉู่โม่ว ความวุ่นวายราวกับพายุใหญ่เหนือท้องทะเลก็ได้ก่อตัวขึ้น
เขารับรู้ได้ถึงพลังงานลึกลับที่ผุดขึ้นภายในสมองของเขา มันกำลังแปรสภาพและหลั่งไหลเข้าไปตามแต่ละส่วนของสมองอีกทีหนึ่ง
สมองนั้นถือเป็นส่วนที่ลึกลับและสำคัญที่สุดของร่างกาย
ผู้ปลุกพลังที่ฝึกฝนตนเองจนอยู่ในระดับสูงสุด ๆ แล้ว แม้ร่างกายจะบาดเจ็บหนักเจียนตาย พวกเขาจะยังสามารถรักษาตนเองได้ หรือแม