เมื่อเดินมาถึงหน้าประตู เซียวเหยียนก็นึกถึงกฎที่ถูกบังคับให้เรียนในเดือนนี้ ไม่ได้เข้าห้องโดยตรง แต่หยุดยืนเรียกหนึ่งเสียงก่อน
เซียวจ้านเฉิงมองมาทางเซียวเหยียน ในขณะเดียวกัน หญิงสาวที่หันหลังให้ด้านนอกก็หันกลับมา
คิ้วโก่งดั่งขุนเขาไกล ดวงตาราวกับลำธารใสที่สว่างไสว จมูกโด่งฟันขาว บนใบหน้าเล็กๆ ขนอ่อนดูเหมือนจะส่องประกายเล็กน้อย ผิวพรรณขาวสะอาดดุจหยก
เซียวเหยียนมองจนชะงักไป จากนั้นก็เบิกตากว้างขึ้น
“เหอเอ๋อร์?”
“พี่เหยียน”
หญิงสาวดูเหมือนจะจำเซียวเหยียนได้เช่นกัน เรื่องราวในอดีตต่างๆ ก็ผุดขึ้นมาในใจ นางเผยรอยยิ้มที่สดใส ร้องเรียกเสียงใส
เซียวเหยียนในที่สุดก็แน่ใจว่า หญิงสาวตรงหน้าก็คือเด็กหญิงน้อยที่ไม่ได้เจอกันมาแปดปี คนนั้นที่เดินตามหลังตนเองเป็นหางเล็กๆ
เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว มองสำรวจอีกฝ่ายขึ้นลงอย่างทึ่ง เด็กหญิงน้อยที่ชอบร้องไห้ขี้มูกโป่งในตอนนั้น เติบโตเป็นเด็กสาวแล้ว อีกทั้งรูปลักษณ์หน้าตาก็งดงาม ประณีตราวกับปั้นขึ้นมา
“โตขนาดนี้แล้วเชียว” เซียวเหยียนอดไม่ได้ที่จะพูดคำทอดถอนใจที่ไร้สาระออกมา
หญิงสาวผู้นั้นก็คือเยว่ชิงเหอนั่นเอง นางลุกขึ้นจากเก้าอี้ ท่วงท่าดูเป็นกุลสตรีอย่างยิ่