รรมดาทั่วไปจะต้องรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติไปเมื่อเห็นพรสวรรค์มหาศาลเหล่านี้อย่างแน่นอน
ใช่แล้ว
หลังจากที่พูดคุยกันอยู่สักพัก ฉู่โม่วก็ตัดสินใจที่จะแสดงพรสวรรค์วิชากระบี่ระดับเทวะ อสนีบาตคงกระพันระดับเทวะ และพรสวรรค์แห่งห้วงมิติระดับราชันย์
พรสวรรค์ระดับเทวะทั้งสองและพรสวรรค์แห่งห้วงมิติถูกเขาใช้งานอยู่บ่อย ๆ และคงจะถูกค้นพบไม่ช้าก็เร็ว หากจะแสดงให้พวกเขาเห็นก็คงไม่เป็นไร
นอกจากนี้ พรสวรรค์ธาตุลม ไฟ และไม้ก็สามารถเปิดเผยได้เช่นกัน
ส่วนพรสวรรค์อื่น ๆ ก็จะถูกซ่อนเอาไว้
“พรสวรรค์ระดับเทวะสองอย่าง กับพรสวรรค์ระดับราชันย์สามอย่าง และพรสวรรค์ระดับตะวันด้วย บวกกันพรสวรรค์แห่งห้วงมิติระดับราชันย์ นั่นก็น่าจะพอแล้วละ!”
ฉู่โม่วคิดอยู่ในใจ
…
หลังจากนั้น ฉู่โม่วไม่ได้ออกไปไหน แต่นั่งทำสมาธิอยู่ในคฤหาสน์และรอเวลาที่จะมาถึง
สองวันต่อมา
ชายหนุ่มผู้นั่งขัดสมาธิอยู่พลันได้รับข้อความจากเทวะยุทธ์อวิ่นซาน
ได้เวลาทดสอบพรสวรรค์แล้ว!
ชายหนุ่มไม่ลังเลและใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติไปที่ตำหนักเจ้าเมืองทันที
แม้ว่าเมืองวสันตฤดูจะมีขนาดเทียบไม่ได้กับเมืองศักดิ์สิทธิ์ แต่มันก็ครอบคลุมพื้นที่ที่กว้างใหญ่ เมืองขนาดยักษ์นี้กินพื้นที่กว่าหลายล้านกิโลเมตร และนั่นยังไม่นับพื้นที่ที่เป็นอาณาเขตของเมืองนี้ด้วย
หากลองนับดูให้ดี เขตอิทธิพลของเมืองวสันตฤดูก็แทบจะใหญ่กว่าโลกมนุษย์เสียอีก
แม้ว่าฉู่โม่วจะอาศัยอยู่ในเมืองวสันตฤดูขน