าดยักษ์นี้ ตำแหน่งของเขาก็ห่างไปจากจุดศูนย์กลางของเมืองมาก และเรียกได้ว่าอยู่ในเขตชานเมือง เขาใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติเดินทางไปและใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงกว่าจะไปถึง
ตำหนักเจ้าเมือง
ที่ใจกลางเมืองขนาดยักษ์แห่งนี้
แม้ว่าฉู่โม่วจะอาศัยอยู่ในเมืองวสันตฤดูมาเป็นเวลานาน นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขามาที่นี่ และเมื่อมาถึงเขาก็ต้องตกตะลึง
เมื่อมองไปรอบ ๆ
เขาก็เห็นว่าตำหนักเจ้าเมืองตั้งอยู่ไม่ไกลออกไปบนเทือกเขาขนาดมโหฬาร มันเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่และงดงามโดยไล่เรียงไปตามเทือกเขา
เทือกเขานี้ปกคลุมไปด้วยค่ายกลขนาดใหญ่ซึ่งเชื่อมต่อกับทั่วทั้งแผ่นดินของเมืองวสันตฤดู มันสามารถต้านทานการโจมตีของผู้ปลุกพลังขั้นเทวะยุทธ์ได้ แม้แต่ผู้ปลุกพลังขั้นมหาเทวะยุทธ์ก็ต้องพยายามอย่างหนักในการบุกฝ่าเข้าไป
‘สวยงามจริง ๆ!’
ฉู่โม่วอดรู้สึกประทับใจไม่ได้
นี่เป็นแค่ตำหนักเจ้าเมืองขนาดใหญ่เท่านั้น แล้วที่เมืองศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่จะขนาดไหนกัน?
ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังคิดอยู่นั้น เขาก็เห็นลำแสงพุ่งลงมาจากตำหนักเจ้าเมืองบนเทือกเขา มันลงมาหยุดอยู่ตรงหน้า ปรากฏเป็นผู้ปลุกพลังหนุ่มคนหนึ่ง
“ขออนุญาตนะครับ คุณฉู่โม่วใช่ไหมครับ?”
ผู้ปลุกพลังหนุ่มถาม
“ฉันเอง!”
อีกฝ่ายพยักหน้า
“ในที่สุดคุณฉู่โม่วก็มา ท่านเจ้าเมืองรอคุณมานานแล้ว และการทดสอบพรสวรรค์ก็เตรียมไว้พร้อมแล้ว รีบตามผมมาเลยครับ!” ผู้ปลุกพลังหนุ่มกล่าวทันที
“ได้เวลาทำงา