ลือก็ขึ้นอยู่กับขั้นเทียมเทพว่าจะนำไปใช้อย่างไร
อย่างที่สองคือความปลอดภัย
ตราบใดที่เขาเข้าร่วมหอเพลิงโหม เขาก็สามารถกลายเป็นผู้ได้รับการคุ้มครองจากตำหนักบรรพชนได้ ในอนาคตก็จะไม่มีกองกำลังมนุษย์ไหนกล้าโจมตีเขาอีก
ผู้ที่จะต่อสู้กับเขาได้มีเพียงแค่ขั้นเทียมเทพในขั้นเดียวกันเท่านั้น!
แต่…
“ถึงฉันจะอยากเข้าร่วมหอเพลิงโหม พวกเขาก็อาจจะไม่สนใจฉันก็ได้!”
ฉู่โม่วส่ายหน้าและกล่าว
“ความฝันน่ะยังจำเป็นนะ ถ้ามันเป็นจริงได้ล่ะ?”
ซูเจาเจายิ้มกว้างและให้กำลังใจ “ยังไงฉันก็เชื่อในตัวคุณนะ ด้วยพละกำลังและพรสวรรค์ของคุณ คุณไม่อ่อนแอไปกว่าขั้นเทียมเทพพวกนั้นแน่! บางทีหลังจากผ่านไปสักพัก หอเพลิงโหมอาจจะมาหาคุณเองเลยก็ได้!”
เธอชูกำปั้นน้อย ๆ ขึ้นมา ดูน่ารักน่าเอ็นมาก
“หวังว่าจะเป็นอย่างที่เธอพูดนะ!”
ฉู่โม่วหัวเราะ
หลังจากนั้น ทั้งสองก็พูดคุยกันเล็กน้อย แล้วซูเจาเจาก็ตัดสายไปเพราะท่านกู้มาเร่งให้เธอไปฝึกฝนได้แล้ว
แต่ก่อนที่จะวางสายไป เธอก็นัดพบกับฉู่โม่วในเครือข่ายโลกเสมือนจริง
และฉู่โม่วก็ตอบตกลง
…
“เฮ้อ…”
เมื่อตัดสายไป
ฉู่โม่วก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“หอเพลิงโหม…”
“น่าตื่นเต้นจริง ๆ!”
สถานที่ที่ผู้มีพรสวรรค์ระดับต้น ๆ ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปรวมตัวกัน มันต้องน่าตื่นเต้นมากแน่ ๆ ใช่ไหมล่ะ?
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็ตั้งความคาดหวังขึ้นมาในใจ
เขาอยากเข้าร่วมองค์กรที่น่าสนใจแห่งนี้
แต่…
อย่างที่ซูเจาเจ