งฉู่โม่ว
ในขณะเดียวกัน
ชายชราที่ยืนยิ้มอยู่หน้าประตูก็ยิ้มกว้างและกล่าว “ฉู่โม่ว อยากให้ฉันเข้าไปนั่งข้างในไหม?”
เขาดูเหมือนไม่ได้ใช้พลังปราณ เลือด และพลังงานในร่างกาย แต่เสียงของเขากลับทะลุผ่านค่ายกลและเข้าไปในความคิดของฉู่โม่วได้โดยตรง
“เขาเป็นใครกัน?”
“ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะ?”
“เขาตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?”
คำถามมากมายผุดขึ้นมาในความคิดของฉู่โม่ว
แม้ว่าเขาจะสับสนกับการเยี่ยมเยียนกะทันหันของชายชราผู้ทรงพลังคนนี้ อย่างน้อยพอดูแล้ว ชายคนนี้ก็ไม่ได้ดูมีเจตนาร้ายอะไร
เมื่อคิดได้ดังนั้น
ฉู่โม่วก็ครุ่นคิดอยู่สักพัก แล้วจึงเปิดค่ายกลและออกไปต้อนรับเขาด้านนอก
“ผมชื่อฉู่โม่ว แล้วคุณเป็นใครเหรอครับ?”
ที่ประตูบ้าน ฉู่โม่วทำความเคารพชายชราและเอ่ยถามอย่างนอบน้อม
“ชายแก่คนนี้ชื่อจู้อวิ่นซาน แต่คนนอกมักจะเรียกฉันว่าเทวะยุทธ์ผู้เป็นเจ้าเมืองวสันตฤดูน่ะ!”
ชายชราส่งยิ้มให้บาง ๆ
น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนมาก แต่เมื่อเข้าไปในความคิดของชายหนุ่ม มันฟังดูราวกับสายฟ้าฟาด
เจ้าเมืองวสันตฤดู?!
ผู้ปลุกพลังในขั้นจุดสูงสุดของเทวะยุทธ์น่ะเหรอ?!
ระหว่างที่ฉู่โม่วตกตะลึงอยู่นั้น เขาก็ได้ยินชายชราพูดต่อ “ฉันมาที่นี่เพราะได้ยินว่ามีอัจฉริยะอยู่ในอาณาเขตของเมืองวสันตฤดูน่ะ ฉันเลยมาตรวจสอบดูสักหน่อย ถ้าเป็นเรื่องจริง ฉันก็จะแนะนำหอเพลิงโหมให้!”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้
เขาก็หยุดพูดและเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง “อีกอย่าง คุณรู้ไหมว่าหอเพลิ