ณกระบี่ออกไปอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้อสูรล่าอาภาหนีไปไหนได้อีก
มนุษย์คนหนึ่งกับอสูรตัวหนึ่งต่อสู้กันเช่นนี้
“เจ้ามดปลวก ออกไปให้พ้น!”
อสูรล่าอาภาคำรามเสียงดังลั่น
ทุกครั้งที่จะใช้พรสวรรค์เพื่อหนีไปมันจะถูกฉู่โม่วขัดขวางไว้ ซึ่งน่ารำคาญเป็นอย่างมาก หลังจากที่เป็นเช่นนั้นอยู่หลายครั้ง มันก็ได้แต่โกรธแค้นมากขึ้นเรื่อย ๆ อยู่ในใจ
แม้ว่ามันจะมีความรู้ทางจิตวิญญาณมาหลายปี อย่างไรแล้ว เพราะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอยู่ที่นี่ คุณสมบัติของมันจึงเรียบง่ายและไม่มีกลเม็ดซับซ้อนอะไร
พวกมันส่วนมากทำทุกอย่างตามสัญชาตญาณแทบทุกครั้ง
ภายใต้อารมณ์โกรธเช่นนี้ มันจึงลืมที่จะหนีเอาชีวิตรอดไปชั่วขณะ
ทั้งสองต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่ง จากพื้นดินขึ้นไปบนฟ้า และจากท้องฟ้าลงมายังพื้นดิน
ในพริบตาเดียว เวลาสิบห้านาทีก็ผ่านไป
ในตอนนั้นเอง
“ฉู่โม่ว หลบไป!”
ทันใดนั้น ฉู่โม่วก็ได้ยินเสียงของซูเจาเจาโพล่งขึ้น
เขาถอยหนีโดยไม่ลังเล และในขณะเดียวกันก็ใช้พรสวรรค์แห่งห้วงมิติเคลื่อนย้ายมิติออกไปด้วย
ว้าว!
หลังจากที่ฉู่โม่วออกมา ก่อนที่อสูรล่าอาภาจะได้ตอบสนอง ถุงผ้าขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นราวกับว่ามันสามารถปกคลุมท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ได้ แล้วมันก็คลุมร่างของอสูรล่าอาภาในทันที
ในตอนแรก อสูรล่าอาภายังดูถูกมันอยู่เล็กน้อย
จะจับฉันด้วยถุงผ้าใบใหญ่เหรอ?
มันใช้พรสวรรค์ห้วงมิติและตั้งใจจะเคลื่อนย้ายมิติหนีไป
แต่แล้ว มันก็แสดงสีหน้าตื่นตระหนกออกมา