บทที่ 472 ตามหาอสูรล่าอาภา และพรสวรรค์ห้วงมิติระดับราชันย์!
ระหว่างทางฉู่โม่วพยายามใช้เครื่องสื่อสารเพื่อติดต่อกับซูเจาเจาและคนอื่น ๆ จึงทราบว่าทั้งหมดเพิ่งดูดซับกลิ่นอายจิตวิญญาณเสร็จและกำลังประชุมกันอยู่ในเวลานี้ เขาจึงรีบตามไปทันที
ฉู่โม่วบินมาถึงทะเลทรายในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนจะพบกับซูเจาเจาและกวนหนิงหนิงที่เพิ่งตามมาเช่นกัน
“ฉู่โม่ว คุณมาแล้ว!”
ซูเจาเจาตะโกนอย่างตื่นเต้น
กวนหนิงหนิงก็พยักหน้าทักทายเช่นกัน
ชายหนุ่มทักทายกลับทั้งสองคน
เห็นได้ชัดเจนว่าเมื่อไม่เจอหน้ากันระยะหนึ่ง รัศมีพลังของพวกเธอก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ซึ่งน่าจะเกิดจากการดูดซับกลิ่นอายจิตวิญญาณระดับคุณภาพสูง
แต่ฉู่โม่วไม่ได้ถามอะไรเกี่ยวกับกลิ่นอายจิตวิญญาณที่พวกเธอไปเจอมาแม้แต่น้อย
ทั้งสามสนทนากันเล็กน้อย ก่อนที่ฉู่โม่วจะถามขึ้นว่า “เรามีแผนอย่างไรต่อไป”
“เริ่มจากค้นหาอสูรล่าอาภาก่อนดีกว่า!”
กวนหนิงหนิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เขตแดนลับแห่งนี้ถูกกาลเวลากัดเซาะมานานเกินไป จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาอาคารและมรดกที่มีสภาพสมบูรณ์”
“แทนที่เราจะเสียเวลาค้นหาอย่างสูญเปล่า ลองใช้วิธีสะกดรอยตามสัตว์อสูรที่มองอสูรล่าอาภาเป็นเหยื่อแทนจะดีกว่า และถ้าเราโชคดีก็อาจได้ตัวมันเป็น ๆ แต่ถ้าได้มาในสภาพเป็นศพก็ยังถือว่าคุ้มค่าอยู่ดี หลังจากนั้นเราค่อยสำรวจเขตแดนลับส่วนที่เหลืออย่างอิสระ…ฉู่โม่ว คุณว่าแผนนี้เป็นยังไงบ้าง”
เม