ดออกอย่างระมัดระวัง พลันเมื่อไร้ฝุ่นบดบัง บานกระจกก็ส่องแสงสว่างจ้าและปลดปล่อยพลังวิญญาณอันมหาศาลออกมา มันแสดงให้เห็นถึงพลังทำลายอันแรงกล้าและแข็งแกร่ง เกือบที่จะทำให้โลกสั่นสะเทือนได้เลย
แกร่ก! แกร่ก!
กระจกบานนั้นสั่นเบา ๆ ราวกับมันกำลังอดใจรอบางสิ่งไม่ไหว
“ไม่ต้องกลัวเพื่อนยาก”
บรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำกล่าวเบา ๆ “ตั้งแต่ที่พวกเราได้ลาจากบ้านเกิดและมายังดาวเคราะห์สีน้ำเงินแห่งนี้ เจ้าได้อยู่ข้างกายข้ามาตลอดเกือบหมื่นปี โดยที่ไม่ได้ห่างกายเลย มันเป็นเรื่องปกติที่เจ้าอาจจะตื่นกลัว”
“แต่วันนี้…เจ้าและข้าจะได้สำแดงฤทธิ์เดชด้วยกัน ส่องแสงสว่างฉาบโลกใบนี้ ให้ทุกชีวิตได้ประจักษ์ถึงพลังของเจ้า!”
คู่กับเสียงที่ดับเงียบลง
กลิ่นอายความแข็งแกร่งของบรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำก็เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นปราณหรืออณูแห่งชีวิต ทุกอย่างเพิ่มขึ้นสูงและพันเกี่ยวกันอยู่เหนือหัวของเขา เปลี่ยนเป็นพลังงานแสงที่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า อาบชโลมฟากฟ้า และในทันใดก็กลืนกินไปในแผ่นฟ้าและออกสู่อวกาศนอกโลก
ขณะเดียวกัน
แสงสีทองที่อยู่เหนือหัวของบรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำเองก็เปล่งประกายมากขึ้นอย่างมาก ร่างที่ลอยอยู่บนฟากฟ้านี้ มันทำให้ทุกสายตาที่มองมา รู้สึกว่าเขาเริ่มที่จะกลายเป็นดวงอาทิตย์ดวงที่สองไปแล้ว
“ฉู่โม่ว… นี่ถือเป็นเกียรติต่อชีวิตเจ้า ที่จะได้ดับสลายภายใต้ ‘คันฉ่องแสงมายา’ ของข้า!”
“ตายซะ!”
ระหว่างที่บรรพบุรุษมนุษย์ถ้