ว่าอย่างไร พวกเรากลับไปเป็นดั่งน้ำและน้ำมันที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกันดังเดิม?”
“แล้วถ้าฉันตอบว่า ไม่ ล่ะ?”
ฉู่โม่วถามกลับ
สีหน้าของชายชรายังคงนิ่งเฉย ปราศจากอารมณ์ใด ๆ เขายิ้ม “ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถเปิดฉากโจมตีเจ้าได้ด้วยระดับและพลังของข้าที่สัมพันธ์กับสัญญาเลือดที่ได้ให้ไว้จากกาลก่อน แต่ถึงจะไม่มีสิ่งนั้น เจ้าเองก็ทำอะไรข้าไม่ได้เช่นกัน การมีอยู่ของข้า ณ สถานที่แห่งนี้ จะไม่ยอมให้เจ้าได้ลงไม้ลงมือกับเผ่าพันธุ์ข้าอีก… สหายตัวน้อย พลังของเจ้าถือว่าน่าจับตามอง ไม่ว่าจะพรสวรรค์หรือความแข็งแกร่ง แต่ถ้าเจ้าคิดจะมองข้าเป็นศัตรู พลังของเจ้ายังคงไม่พอ”
“แทนที่จะเสียเวลาเปล่า ทำไมเจ้าไม่ถอยกลับไปก่อน ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาหน้าของพวกเจ้าเอาไว้ด้วยนะ”
น้ำเสียงที่พูดออกมานั้นแม้จะฟังดูเยือกเย็น แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
เป็นชายชราที่มั่นใจในพลังของตนเองมาก ๆ!
และด้วยความมั่นใจของเขานี้เอง มันทำให้มนุษยชาติตระหนักได้ว่า หากกระทำการอะไรลงไปแล้ว พวกเขาจะไม่สามารถรับมือกับผลลัพธ์ที่จะตามมาในอนาคตได้อย่างแน่นอน!
ถ้อยคำเหล่านั้น มันบ่งบอกได้ถึงขนาดนี้
ขนาดที่ตอนนี้มนุษยชาติมีฉู่โม่วแล้ว ไหนจะราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดอีกสิบคน และราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวอีกมากมาย เรียกได้ว่าแม้แต่ราชาอสูรยังต้องขยาดและไม่กล้าอวดดี
แต่…
วาจาของชายชราผู้นี้กลับไม่ได้เกรงกลัวพลังเหล่านี้เลย เขาไม่ได้อวดดี แต่กำลังกล่าวสัจจะ