จากโคมไฟประดับริมทาง ซึ่งยังมีผู้คนพลุกพล่านอยู่บ้าง
“ที่รักคะ ข้างหน้านี้ดูครื้นเครงกันมาก น่าจะเป็นงานเทศกาลโคมไฟ เราไปดูด้วยกันดีไหม”
เฉินซีเวยพูดอย่างออดอ้อน
“ได้สิ”
ฉู่โม่วไม่มีทางปฏิเสธ และรีบพยักหน้าเห็นด้วยทันที
ทั้งสองจูงมือกันเดินไปที่งานเทศกาลโคมไฟเหมือนคู่รักทั่วไป
งานรื่นเริงนี้ยังดูคึกคักกันมาก มีผู้คนอยู่ทุกหนทุกแห่ง แม้แต่ผู้ปลุกพลังจำนวนมากก็มาร่วมด้วยอยู่ท่ามกลางฝูงชน ทั้งหมดกำลังดูการแสดงแสงสีที่ใจกลางเวที
แสงไฟหลากสีสันสะท้อนประสานกันเป็นลวดลายงดงามตระการตา ส่องแสงสว่างไสวไปทั่วท้องฟ้ายามราตรี พร้อมเสียงโห่ร้องอย่างสนุกสนานเป็นครั้งคราว
แสงพร่างพรายตกลงมาปกคลุมท้องฟ้าเหนือฐานและส่องไปที่ร่างของทุกคน หากมองจากระยะไกล จะดูราวกับว่าถูกปกคลุมด้วยชั้นแสงแห่งความมงคล
“มันสวยมากเลย!”
เฉินซีเวยเงยหน้าขึ้นมองและพึมพำกับตัวเอง
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น
ฉู่โม่วก็หันศีรษะไปมองหน้าหญิงสาว เขาสังเกตเห็นใบหน้าอันบอบบางซึ่งกำลังถูกย้อมไปด้วยแสงสีต่าง ๆ และขับความงามของเธอออกมาจนน่าตกตะลึง
“สวยจริง ๆ แหละ”
ฉู่โม่วพูดเบา ๆ แต่เขาไม่ได้หมายถึงแสงโคมไฟที่สวยงามหรือคนรอบข้าง
“ที่รัก ชมฉันเหรอ”
เฉินซีเวยถามอย่างหยอกเย้า
“ไม่ใช่สักหน่อย เธอนี่หลงตัวเองชะมัด”
ฉู่โม่วโบกมือและยิ้มเล็กน้อย จากนั้นเขาก็โอบเธอมาไว้ในอ้อมแขน และชมแสงโคมที่สว่างไสวบนท้องฟ้าด้วยกัน
…
ค่ำคืนแห่งความสุขคล้อยผ่านไป
ใ