นเกินไปแล้ว!”
เมื่อมองไปยังฉู่โม่ว ราชาอสูรกระทิงหางงูก็ไม่ได้สนใจการโจมตีของสัตว์อสูรตนอื่นอีกต่อไป กลับกัน มันเลือกที่จะโจมตีโต้กลับพร้อมกับสีหน้าหวาดกลัวสุด ๆ ณ ตอนนี้
ทั้งที่ก่อนหน้านี้มันตั้งใจจะให้อสูรอีกสามตนกดดันฉู่โม่วเพื่อซื้อเวลาให้ตนเองได้พักฟื้นเสียบ้าง
แต่เพราะอีกฝ่ายไม่ได้ถอยกลับเลยแม้แต่น้อย และเลือกที่จะเข้าโจมตีตนโดยไม่สนว่าตนเองจะบาดเจ็บหรือตาย มันจึงไม่อาจหยุดพักได้
เกลียดอะไรข้าขนาดนั้นน่ะ?
ทำไมเจ้าถึงอยากให้ข้าตายถึงเพียงนี้!
ราชาอสูรกระทิงหางงูอดไม่ได้ที่จะคิดเช่นนี้ภายในใจด้วยความโกรธแค้น
แต่ตอนนั้นเอง คมกระบี่ของฉู่โม่วก็เปล่งประกายแสงไปทั่ว เสมือนว่าจะบอกให้ราชาอสูรกระทิงหางงูได้รับรู้ว่า เวลาคิดของมันหมดลงแล้ว
ในช่วงเวลาคับขันเช่นนี้ ราชาอสูรทำได้เพียงร้องคำราม ขณะที่ร่างกายของมันก็กำลังระเบิดพลังเฮือกสุดท้ายออกมา เลือดในกายที่เปล่งออกมาเสมือนเพลิงที่ลุกโหม
จากก่อนหน้านี้ที่ดูเหมือนมันจะหมดฤทธิ์แล้ว จู่ ๆ กลิ่นอายของมันก็กลับมาแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง!
พร้อมกันนั้น
รอบ ๆ ผิวกายของมัน แสงสว่างที่ปกคลุมร่างเสมือนที่เคลือบผิว ก็คอยปกป้องมันไว้จากด้านใน
ไม่เพียงเท่านั้น ราชาอสูรที่รู้สึกได้ถึงอันตรายระดับชีวิตนี้ก็ยังเพิ่มพลังปราณและเลือดของตนเข้าไปในชั้นแสงนี้ เพื่อเพิ่มพลังป้องกันให้สูงขึ้นอีกด้วย
ตู้ม!
การโจมตีของอสูรทั้งสามในที่สุดก็เข้าถึงตัวฉู่โม่วแล้ว และ