มันมาพร้อมกับเสียงคำรามดังกังวาน ประกอบกับเสียงสะท้อนอันรุนแรง คลื่นพลังที่เสมือนวันสิ้นโลกได้มาเยือนทำให้บริเวณกว่าหมื่นกิโลเมตรรอบ ๆ นี้ถูกปกคลุมไปด้วยความโกลาหลทุกหนแห่ง
ความน่ากลัวของพลังเหล่านี้ทำให้ผืนทะเลสั่นสะเทือน ก่อเกิดคลื่นยักษ์มากมายพัดพาเอาสัตว์อสูรใต้ทะเลพากันเกยตื้นหรือลอยลิ่วไปตามแรงคลื่น ทว่าเมื่อปะทะกับคลื่นกระแทกที่หลงเหลือ ร่างของพวกมัน บ้างก็ขาดเป็นสองท่อน บ้างก็สลายเป็นเสี่ยง ๆ กลายเป็นเมฆสีเลือดระเหิดไปในอากาศ
ชั่วพริบตา
รอบ ๆ สมรภูมิแห่งนี้พลันเต็มไปด้วยเลือดและซากศพเสียแล้ว
เพียงแค่ลูกหลงจากการต่อสู้ยังมีพลังหลงเหลือขนาดนี้ แล้วฉู่โม่วที่อยู่ใจกลางการโจมตีจะต้องเผชิญหน้ากับพลังระดับไหน?
ตู้ม!
การระเบิดยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เพราะสถานการณ์ถูกปกคลุมไปด้วยความโกลาหลและควันจากการระเบิด ไหนจะละอองน้ำและสาหร่ายทะเลที่กระจุยกระจายไปทั่ว มันจึงทำให้ราชาอสูรทั้งหลายไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าฉู่โม่วเป็นอย่างไรบ้างจากจุดที่เขาอยู่
แต่จากการคาดคะเนของพวกมัน ต่อให้ฉู่โม่วจะไม่ตาย เขาก็ต้องบาดเจ็บหนักอย่างแน่นอน
อย่างไรเสีย
ราชาอสูรทั้งสามตนก็มั่นใจมาก ๆ ว่าการโจมตีของพวกมันนั้นเข้าเป้าหมายจัง ๆ ไม่ต้องคิดถึงเรื่องที่ฉู่โม่วยังเป็นเพียงราชันย์เทพยุทธ์ระดับทั่ว ๆ ไป ต่อให้ตอนนี้ฉู่โม่วมีพลังทัดเทียมพระเจ้า มันก็ยังยากที่จะหลบหนี
“เจ้านั่นน่าจะตายไปแล้ว”
ราชาอสูรตนหนึ่งพูด