ามเห็น
คำพูดเหล่านั้นคลายความเคลือบแคลงใจของสัตว์อสูรผู้มีหนวดบนหัวหมดสิ้น มันพยักหน้าเล็กน้อย “เอาละ ลุยไปด้วยกัน มาฆ่าเจ้าคนโง่เขลาให้มันตาย ๆ ไปซะที่นี่!”
แรงโทสะคุกรุ่นภายในใจ
ท่าทางของฉู่โม่วเต็มไปด้วยความโอหัง มันรังเกียจเดียดฉันท์เกินจะทน
หลังจากที่ราชาอสูรทั้งห้าลงความเห็นไปในแนวทางเดียวกันเสร็จสรรพ พวกมันก็เริ่มปรากฏตัว
เสียงคำรามกึกก้องดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง คลื่นยักษ์ที่น่าสะพรึงกลัวปะทุขึ้นจากทุกทิศทางกลางทะเลกว้างไกลสุดสายตา ทันใดนั้น… ร่างของสิ่งมีชีวิตจำนวนหลายตัวที่ส่องสว่างราวกับดวงอาทิตย์ก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า โถมคลื่นพลังมหาศาลชวนให้ขนลุกเกรียวใส่ฉู่โม่วด้วยความเร็ว
พริบตานี้เอง
ราชาอสูรทั้งห้าล้อมมนุษย์ผู้ต่ำต้อยจอมโอหังเป็นมุมห้าเหลี่ยม
พวกมันลอยอยู่กลางอากาศที่สูงเฉียดฟ้า พลังปราณในกายเดือดพล่าน ทรงพลังและยิ่งใหญ่ราวเทพจุติยังพื้นพิภพ
“เจ้ามนุษย์หน้าโง่ เจ้าทำให้พวกเราโมโห!”
ราชาอสูรคำรามลั่น เสียงนั้นกึกก้องด้วยพลังที่ไร้ขีดจำกัด ส่งผลให้เกิดคลื่นยักษ์ขึ้นในทะเลโดยรอบ
“เจ้าเล่ห์เพทุบาย!”
“อยากสู้ก็สู้สิ จะมาทำให้มันยุ่งยากไปทำไม!”
ฉู่โม่วตะโกนขึ้นอย่างเย็นชา
ครั้งนี้เขาตั้งใจสร้างเกาะอนุสรณ์สถานแนวพรมแดนขึ้น ก็เพื่อที่จะนำพาความสงบสุขมาสู่ชายฝั่งของเหล่ามนุษย์
จริงอยู่ที่มันอาจจะอยู่ได้ไม่นาน ทว่าตราบใดที่สัตว์อสูรไม่กล้าบุกโจมตีชายฝั่งเป็นเวลาสิบปีหรือมากกว่าน