ากฏลำแสงสีทองสว่างราวกับดวงอาทิตย์ทะยานสู่แผ่นฟ้าด้วยพลังอันน่าเกรงขาม ก่อนจะตกลงสู่ฝูงสัตว์อสูรด้วยพลังที่สามารถเคลื่อนย้ายภูเขาและทะเล บดขยี้พวกมันไม่ให้เหลือชิ้นดี
ความมุ่งมั่นของมวลมนุษยชาติสว่างไสวเช่นไฟถูกจุด จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ส่องประกายฮึกเหิม
พวกเขาพุ่งเข้าใส่สัตว์อสูรด้วยใจกล้าหาญ สังหารพวกมันโดยปราศจากความลังเล
ในยามนี้
ทัศนียภาพยามมองจากบนฟ้าชัดเจนกว่าที่ใด
เบื้องหลังแนวป้องกันขนานชายฝั่งซึ่งทอดยาวหลายพันกิโลเมตร เผ่าพันธุ์มนุษย์จำนวนมากต่างกู่ร้องและพุ่งชนสัตว์อสูรดังคลื่นน้ำซัดโขดหินแกร่ง
การต่อสู้กลายเป็นโศกนาฏกรรมเพียงพริบตา!
นี่มันไม่ถูกต้องเลย
เรียกว่าการสังหารหมู่น่าจะฟังดูเข้าเค้าเสียกว่า!
แม้ว่าสัตว์อสูรจะทรงพลังเพียงไหน ทว่าฉู่โม่วก็ได้พรากขวัญกล้าของพวกมันไปหมดสิ้น ในตอนนี้ พวกมันตกภวังค์ประหวัดหวาดถึงขีดสุด ถึงมนุษย์จะอ่อนแอกว่า แต่กำลังใจและจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของพวกเขาคุกรุ่น ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กลัวอะไรอีกต่อไป
นอกจากนี้
เมื่อมนุษย์กระโจนเข้าสู่ฝูงสัตว์อสูร ก็ทำให้พวกมันไร้กำลังจะต้านทานไหว ต้องตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือมนุษย์คนแล้วคนเล่า
ภาพดังกล่าวทำให้สัตว์อสูรพากันวิตก พวกมันหลายตัวเร่งล่าถอยทั้งอารามตกใจ อยากจะหวนคืนสู่มหาสมุทรอีกครั้ง
ทว่า…
ความปรารถนาของพวกมันคงถึงคราวล้มเหลว
ฟิ้ว!
เสียงเลื่อนลั่นดังขึ้นเหนือท้องฟ้า
ก้อนหินขนาดเล็กปรากฏขึ้นบนฝ่ามือข