ำความเศร้าไว้ในใจได้
เมื่อเดินออกมาจากห้องเงียบเขาก็พบว่าผู้ปลุกพลังทุกคนในอาคารฝึกยุทธ์ต่างก็เดินออกมาด้วยสีหน้าเศร้าโศกและน้ำตานองหน้า
เมื่อมองไปยังโลกภายนอกก็เห็นว่ามีฝนสีแดงตกลงมา
“นี่… นี่มันอะไรกัน?!”
“ทำไมถึงมีฝนเลือดได้ล่ะ?”
ใบหน้าของเว่ยเจียงเต็มไปด้วยความตกตะลึง แต่ความเศร้าในหัวใจก็หนักหน่วงยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ จนน้ำเสียงของเขาสั่นเครือ
หึ่ง!
ทันใดนั้น
สายรัดข้อมือของผู้ปลุกพลังข้างกายเขาก็สั่น และเมื่อเปิดขึ้นมา ม่านตาของเขาก็หดลงอย่างรวดเร็วพร้อมด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ “เป็นไปไม่ได้! เป็นไปได้ยังไงกัน?!”
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เว่ยเจียงยังคงสับสน
ในตอนนั้นเอง เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากสายรัดข้อมือ และเมื่อเปิดมันออก เขาก็เห็นว่ามีข้อความส่งมาจากเพื่อนในฐาน
ข้อความนั้นสั้นและกระชับ แต่เมื่อเว่ยเจียงอ่านดูก็รู้สึกเหมือนโดนสายฟ้าฟาดและนิ่งค้างอยู่กับที่
“เผ่าพันธุ์มนุษย์ของฉัน… ราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดคนแรก… ตายในการต่อสู้เหรอ?”
เขาใช้เวลานานกว่าจะได้สติกลับมาและพึมพำ
“อ๊ากกกกก!!!”
ทันใดนั้น
ผู้ปลุกพลังที่ตะโกนว่าเป็นไปไม่ได้ก่อนหน้านี้พลันบ้าคลั่งขึ้นมา เขาคำรามสุดเสียงด้วยความเศร้าเหนือคำบรรยาย
“ราชันย์เทพยุทธ์อสงไขย ต่อสู้จนขาดใจตายที่แนวป้องกันชายฝั่ง!”
“เสาหลักสะท้านโลกาของเผ่าพันธุ์มนุษย์ขาดคนไปหนึ่งคน!!!”
เขาคำรามขึ้นไปบนฟ้า คำพูดของเขาบ้าคลั่งและน้ำเสียงของเขาเศร้าจ