้ว่าใครเป็นผู้ทลายขีดจำกัดขั้นในครั้งนี้ แต่พวกเขาก็ยังรู้สึกยินดี คนเหล่านี้นั่งขัดสมาธิลงไป และเริ่มนำเจตจำนงพรสวรรค์ที่หลั่งไหลออกมาจากฟากฟ้านั้นเข้ามาพัฒนาความแข็งแกร่งของตนเอง
ผิดกับราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางที่เข้าใจทุกอย่างถ่องแท้
เมื่อการรับรู้ของโลกและสวรรค์สำแดงเดช ตอนนั้นเขากำลังพูดคุยอยู่กับราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง ราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพเหนือ ราชันย์เทพยุทธ์แสงบูรพา และคนอื่น ๆ ภายในโถงประชุมของตำหนักราชันย์เทพยุทธ์
ทันทีที่รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายนี้
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางก็ถึงกับต้องหยุดเรื่องที่พูดคุยกันและพูดเรื่องนี้ขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “สำเร็จแล้วสินะ สมแล้วที่ได้ชื่อว่า ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์!”
ทุก ๆ คนต่างมีรอยยิ้มขึ้นมา
ถึงแม้ว่าฉู่โม่วจะเคยแสดงพลังที่สูงเทียบเท่ามหาราชันย์เทพยุทธ์มาก่อนหน้า แต่ขั้นที่แท้จริงของเขานั้นยังเป็นเพียงราชันย์ยุทธ์เท่านั้น ถึงการแสดงความเคารพ มนุษยชาติจะยอมเรียกเขาว่าราชันย์เทพยุทธ์ก็ตาม แต่นั่นก็เพียงแค่ในนามเท่านั้น บางคนกลับไม่ได้เคารพเขาถึงเพียงนั้น
ดังนั้นเรื่องในครั้งนี้จึงเป็นการสยบข้อกังขาเรื่องที่ฉู่โม่วสมควรเป็นราชันย์เทพยุทธ์หรือไม่เสียที
“ไปกันเถอะ พวกเราไปรอต้อนรับท่านราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์กันดีกว่า!”
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางยิ้ม
คนอื่น ๆ ภายในโถงก็พยักหน้าพร้อมเพรียงกันและพากันออกไปจากโถงประชุมแห่งตำหนักราชันย์เทพยุทธ