งไปบนฟูก ยืดหลังตรงเสมือนต้นสน และสวมชุดสีขาวเสมือนภูเขาหิมะที่มั่นคง ปลดปล่อยบารมีออกมาจากตนจนไม่ว่าใครมองก็ตระหนักได้ว่าไม่ควรสบประมาทคนคนนี้
ยิ่งในฐานะที่เขาเป็นศิษย์อันดับหนึ่งในตอนนี้
ไม่ว่าเขาจะมีรูปลักษณ์เช่นใด เหล่าผู้อาวุโสในสำนักก็ย่อมดีใจอยู่แล้ว
เช่นนั้นแล้วตอนนี้
สีหน้าของทุก ๆ คนจึงไม่มีการแสดงอะไรออกมาเป็นพิเศษ
“ฉู่โม่ว เธอสามารถบอกพวกฉันได้ไหม ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นกับสำนักวิถีอากาศ?”
หลังจากที่ได้สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้ว ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักก็กล่าวถามออกมา
ได้ยินเช่นนั้น
ฉู่โม่วก็เข้าใจได้ทันทีว่าคนเหล่านี้คงจะได้เห็นภูมิหลังของเขาบ้างแล้วแน่ ๆ
เมื่อคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงตอบกลับ “ผมไม่รู้อะไรมากเป็นพิเศษหรอกนะครับ มันเป็นเพราะว่าช่วงที่ผมกำลังสำรวจเขตแดนลับอยู่ ผมเผอิญเข้าไปเจอกับภูเขาที่ถูกปกป้องด้วยค่ายมนตราของสำนัก ก่อนจะได้หลุดเข้าไปในดินแดนที่เหนือเกินกว่าจะจินตนาการถึงได้”
จากนั้น
เขาก็ไม่ได้ปกปิดอะไรทั้งนั้น และเล่าเรื่องทุกอย่างที่เขาพบเจอให้ฟัง
“เป็นเช่นนั้นนี่เอง”
“สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น เสมือนว่าอยู่ในฝันที่ยาวนาน คล้ายกับหยดน้ำค้างที่รวบรวมเรื่องราวเอาไว้ เป็นฝันร้ายที่ไม่น่าหวนคิดถึง… ฉันคาดการณ์ไว้ว่า สิ่งที่เธอเห็นนั้น น่าจะเป็นความทรงจำสุดท้ายของบรรพบุรุษของสำนักวิถีอากาศที่อยู่ในวาระนั้นก่อนที่พวกเขาจะสิ้นชีวิตไป แต่สำหรับพวกเราในที่นี้ สิ