หายไปพร้อมสายตาที่แสดงถึงความสบายใจ ชายคนนั้นลุกขึ้นด้วยขุมพลังอันยิ่งใหญ่ประดุจมังกรยักษ์และมุ่งหน้าขึ้นไปยังฟากฟ้า เช่นเดียวกับเหล่าบรรพบุรุษและผู้อาวุโสที่ทะยานตามไปด้วยดั่งแสงจากฟ้าที่กลับคืนสู่สถานที่ที่ตนจากมา
ขณะเดียวกัน
ฉู่โม่วก็สังเกตเห็นได้ถึงสวีอวิ้นเอ๋อร์ผู้ที่สวมชุดกระโปรงสีขาวสะอาด กำลังยืนอยู่บนจุดสูงสุดของยอดเขา ระหว่างที่มวลเมฆมากมายเบื้องหลังเธอนั้นกำลังถูกหลุมดำกลืนกินเข้าไป หญิงสาวไม่ได้หันกลับไปมองแต่อย่างใด เธอเพียงเงยหน้าและมองไปยังฉู่โม่วอย่างไม่วางตา
ชายผ้าที่สวมของเธอนั้นพลิ้วไปตามแรงลมเช่นเดียวกับเส้นผม มือหนึ่งถือกระบี่ยาวไว้อย่างมั่นคง ในขณะที่ทั่วทั้งร่างกำลังปลดปล่อยพลังที่น่าเกรงขามออกมา ราวกับเป็นผู้ที่มีชีวิตนิรันดร์
ทว่า
สตรีผู้ยืนตระหง่านบนยอดเขาผู้นั้น แววตาที่มองไปยังฉู่โม่วกลับเป็นแววตาที่เปี่ยมด้วยอารมณ์และความรู้สึกมากมายจนยากที่จะจำแนก ริมฝีปากเรียวบางกล่าวถ้อยคำบางอย่างที่ไร้ซึ่งเสียง
แต่
ฉู่โม่วก็สามารถเข้าใจได้ผ่านจิตสัมผัสและการอ่านปาก
“ศิษย์พี่ รอฉันก่อนนะ ฉันจะต้องหาท่านให้เจอได้อย่างแน่นอน!”
หาฉันเหรอ?
เขาประหลาดใจ
ก่อนที่จะได้คิดทบทวนเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วน ภาพของเธอตรงหน้าก็แตกสลายไป เช่นเดียวกับที่ดวงตาของเขามองเห็นเพียงความมืดมนอีกครั้งพร้อมกับสติที่ดับวูบ
…
“อุก ปวดหัวชะมัด…”
เมื่อฉู่โม่วตื่นขึ้นมาอีกที สมองของเขาก็รู้สึกงุนงงไปหม