ควบคุมไปเลยจนเกือบจะต้องจบชีวิตลงเฉกเช่นสัตว์อสูรตนอื่น ๆ
โชคดีที่เขาสามารถควบคุมสติไว้ได้อย่างรวดเร็ว ทันทีทันใดฉู่โม่วก็กระตุ้นเลือดและอณูแห่งชีวิตให้ไหลเวียนอย่างคลุ้มคลั่ง ควบคุมร่างของตนไว้ให้มั่นและบินตรงเข้าไปยังเสาวารี
ซู่ม!
ในที่สุด
ฉู่โม่วก็พุ่งเข้าใส่คลื่นน้ำที่หมุนวนรอบเสาวารี และด้วยแรงหมุนอันมหาศาลนั้นเอง ร่างของฉู่โม่วก็เกือบจะกระเด็นไปตามแรงเหวี่ยงนั้นอีกครั้ง
โชคดีอีกครั้ง
คราวนี้ฉู่โม่วสามารถกระตุ้นพลังของธาตุดินขึ้นมาได้ทันเวลา และทันทีที่เจตจำนงแห่งดินทำงาน มันก็ทำให้ร่างของฉู่โม่วหนักอึ้งขึ้นในพริบตา
ตลอดเวลาที่พยายามฝ่าผิวนอกของเสาวารีเข้าไปนี้ ฉู่โม่วมองเห็นรอยแตกสีดำมากมายปรากฏขึ้น
ซึ่งรอยแยกเหล่านี้คือ มิติที่ปั่นป่วน
มิติที่ซึ่งไม่ควรจะสามารถมองเห็นได้นี้ เกิดแตกหักเพราะแรงหมุนของพายุยักษ์ลูกนี้ ดังนั้นแล้วบริเวณใกล้ ๆ กับเสาวารีจึงมีรอยแยกมิติขนาดเล็กถูกเปิดออกอยู่เต็มไปหมด และสมานปิดอย่างรวดเร็ว
มันเหมือนกับเสื้อผ้าที่ขาดออกและรักษาตัวเองได้หากไม่มีอะไรไปกระทำมันเพิ่ม
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!
รอยแตกมิติยังคงปรากฏให้เห็นและส่งเสียงออกมาอยู่เรื่อย ๆ
ด้วยความเร็วของคลื่นน้ำวนนี้ ผนวกกับรอยแยกที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับสิ่งอื่น ๆ หากไม่สังเกตดี ๆ ก็จะมองไม่เห็นเลยว่ารอบ ๆ เกลียวน้ำวนมีรอยแยกมิติขนาดเล็กเกิดขึ้น
หากเผลอไปสัมผัสเข้า ได้มีเนื้อฉีกกันแน่
ฉู่โม่วส