้าเขารอจนกว่าตำหนักจิตวิญญาณของเขาสมบูรณ์ ตอนนั้นพลังของเขาก็น่าจะถึงขีดจำกัดที่ล้านพลังมังกรไปแล้ว
โลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่ เขาจะไปได้ถึงไหนกันนะ?
บนดาวเคราะห์สีน้ำเงินดวงนี้ จะยังมีใครที่สามารถเป็นศัตรูกับเขาได้อีกไหม?
คิดได้เช่นนั้น
ฉู่โม่วก็อดไม่ได้ที่จะพอใจในตนเองพร้อมกับไฟในการฝึกฝนที่ลุกโชนขึ้น!
จากนั้น
ทั้งเขาและราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งก็นั่งคุยกันต่ออีกนิดหน่อย ก่อนที่จะร่ำลากันไป
ก่อนจะจากกัน
ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งก็ได้บอกให้ฉู่โม่วเตรียมตัวให้ดี ยังเหลือเวลาอีกราว ๆ ครึ่งเดือนกว่าที่เขตแดนลับจะเปิด และเมื่อวันนั้นมาถึง พวกเขาจะไม่รอช้าที่จะมุ่งหน้าไปทันที
ฉู่โม่วพยักหน้าเข้าใจ
…
‘เหลือเวลาอีกไม่ถึงครึ่งเดือน เขตแดนลับก็จะเปิด เพราะงั้นฉันจะใช้ช่วงเวลานี้ฝึกฝนการใช้คันศรดาวตกกับศรทั้งสามไปเลยดีกว่า!’
‘ฝึกฝนสิ่งนี้ให้คุ้นมือและดึงพลังออกมาให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะเข้าไปในเขตแดนลับ!’
ฉู่โม่วคิดกับตนเอง
กลับมาถึงคฤหาสน์
เขาไม่เสียเวลาและมุ่งหน้าเข้าไปในห้องเงียบ ๆ ของตนทันที จากนั้นก็หยิบเอาคันศรดาวตกขึ้นมาเพื่อฝึกซ้อม
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ขณะที่เขาพร่ำฝึกฝนอยู่ทุกคืนวันนั้น เวลาสิบแปดวันก็ได้ล่วงเลยผ่านไปในชั่วพริบตา
ในวันนี้
ฉู่โม่วรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่มาจากกำไล
เมื่อเขายกมันขึ้นมาดู ก็พบว่าเป็นข้อความแจ้งเตือนมาจากราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง
เขตแ