ดนลับ…เปิดแล้ว!!
‘ในสิบแปดวันนี้ ฉันทุ่มเทกับคันศรดาวตกจนสามารถทำให้เป็นอาวุธพลังจิตของฉันได้อย่างสมบูรณ์…ซึ่งสามารถเก็บมันไว้ที่ทะเลจิตวิญญาณที่อยู่บริเวณหว่างคิ้วได้!’
‘ในส่วนของศรทั้งสามดอก… พลังของมันคือการล็อกเป้าที่เส้นลมปราณของศัตรู และสามารถเรียกกลับมาได้… ก็ถือว่าคุ้มค่าแหละ!’
ขณะที่พูดพึมพำ ฉู่โม่วก็ลุกขึ้นยืน
จากนั้นเขาก็กระตุ้นอณูแห่งชีวิตและเลือดเล็กน้อยเพื่อให้ร่างกายสดชื่น เมื่อทุกอย่างพร้อม เขาก็ออกจากวิหารราชันย์เทพยุทธ์ และมุ่งหน้าไปหาราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งทันที
…
เหนือห้องใต้หลังคา
ฉู่โม่วพบกับราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งอีกครั้ง
ทว่าครั้งนี้มันกลับต่างออกไป แม้ว่าเธอจะสวมชุดกระโปรงสีม่วงดังเดิม แต่รอบ ๆ ร่างกายกลับไร้ซึ่งกลิ่นอายความเกียจคร้านเหมือนอย่างทุกที กลับกัน มันกลับปลดปล่อยกลิ่นอายที่ทรงพลังและน่ายำเกรงออกมาแทน
ราวกับก้อนน้ำแข็งที่ถูกสลักเป็นร่างของหญิงสาว ความเยือกเย็นและความน่าเกรงขามที่ไม่อาจหาใครเปรียบได้
“ท่านราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งครับ!”
เขากล่าวทักทาย
อีกฝ่ายพยักหน้าให้เบา ๆ แล้วพูด “ในเมื่อมาแล้ว พวกเราก็ไปกันเถอะ!”
พูดเช่นนั้นแล้ว
เธอก็เปลี่ยนสภาพกลายเป็นแสงดาวและพุ่งทะยานออกนอกฐานไป
ฉู่โม่วเองก็รีบตามไปติด ๆ
ความเร็วของดวงดาวสองดวงนี้ค่อนข้างที่จะเร็วมาก ๆ เพียงไม่ถึงสองชั่วโมง พวกเขาก็มาถึงชายฝั่งกันแล้ว โดยไม่มีการหยุดพัก