่โม่วจึงเร่งเติมเต็มคำสัตย์ให้เป็นจริง
พวกเขาต่างเตรียมออกเดินทาง
“ที่แห่งนั้นอยู่ห่างออกไปราว ๆ ห้าแสนกิโลเมตร ถ้าบินไปจะต้องใช้เวลาสองสามชั่วโมง คุณตามฉันมาทางนี้!”
ราชันย์ยุทธ์หยวนเจินกล่าว
“ไม่เห็นต้องยุ่งยากขนาดนั้นเลยน่า!”
ฉู่โม่วยิ้ม ก่อนจะเริ่มใช้พลังจิตเคลื่อนไหว
“โว้ว!”
เสียงอุทานเบา ๆ ดังขึ้น
ไม่นานปีกอันสง่างามของพญาหงส์ปีกทองคำก็สยายกว้างยังเบื้องหน้าคนทั้งสอง ทำเอาราชันย์ยุทธ์หยวนเจินตะลึงลาน
“นี่… อสูรรับใช้ของคุณเหรอ”
ครั้นมองไปยังพญาหงส์ตัวเขื่องที่ทรงพลังไม่ด้อยไปกว่าเขากำลังก้มหัวลงให้ฉู่โม่ว เขาอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง
“ขึ้นมาเร็ว จะได้ย่นเวลาไปอีก!”
ฉู่โม่วยิ้มและปีนขึ้นไปบนหลังอสูรนกยักษ์ตัวนั้น
สำหรับราชันย์ยุทธ์หยวนเจิน
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ปีนขึ้นไปอย่างระมัดระวัง
“แกว๊ก!”
หลังจากที่ทั้งสองขึ้นไปบนหลังเทียนเผิง มันก็กระพือปีกสีทองและบินขึ้นไปเหนือผืนฟ้า ก่อนจะกลายเป็นลำแสงสีทองที่พุ่งทะยานไปยังทิศทางที่ราชันย์ยุทธ์หยวนเจินชี้นำ
สายลมแรงกล้าปะทะเรือนกายให้เกิดเสียงหวีดหวิว
สายตาที่ราชันย์ยุทธ์หยวนเจินมองฉู่โม่วนั้นต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง
ในตอนนี้
ไม่ว่าเขาจะดูซื่อ ๆ เพียงไหน เขาก็มองออกว่าฉู่โม่วหาใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน สำหรับคนที่อยู่ในขั้นราชันย์ยุทธ์ระดับต้น เป็นไปได้หรือที่จะมีสัตว์อสูรที่ทรงพลังเช่นนี้ในครอบครอง!
“มันต้องเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ