้ไม่นานนัก ทว่าตอนนี้ ด้วยความเร็วในการฝึกฝนและการพัฒนาของความแข็งแกร่งที่รวดเร็ว ทำให้เขาเป็นจ้าวยุทธ์ระดับกลางที่ใกล้จะเป็นระดับสูงได้แล้วเพียงอีกก้าวเดียวเท่านั้น
ด้วยความแข็งแกร่งนี้
แม้จะห่างไกลจากการติดท็อปสิบของเหล่าผู้มีพรสวรรค์ที่มาเข้าร่วม แต่ก็ไม่น่าจะยากเกินไปหากพวกเขาจะสามารถติดอยู่ในสามสิบอันดับแรกได้ ถ้าโชคดีหน่อยก็อาจจะติดอยู่ในท็อปยี่สิบอันดับ
การประลองในครั้งนี้ แม้จะไม่อยากใส่ใจอันดับมากนัก แต่ถ้าได้อันดับดี ๆ มันก็ย่อมแสดงผลลัพธ์ออกมาได้ดีกว่า
ยังไงเสีย
คู่ต่อสู้ของพวกเขาก็เป็นถึงผู้มีพรสวรรค์ระดับท็อปจากทั่วทั้งดวงดาวสีฟ้าที่เป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์
คนเหล่านี้แต่ละคนล้วนเป็นผู้ปลุกพลังที่ฝึกฝนกันมากกว่าเจ็ดถึงแปดปีเป็นอย่างต่ำ มากหน่อยก็สิบปี หรือไม่ก็หลายสิบปี
ในขณะที่เด็ก ๆ ของเขาทั้งสองคนนี้ เพิ่งจะฝึกได้ปีสองปีเท่านั้น หากสามารถไต่เต้าถึงระดับท็อปได้ นั่นก็แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์จากการซุ่มสอนของเขาได้เป็นอย่างดี
คิดได้เช่นนั้น
ฉู่โม่วจึงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจและพูดต่อ “งั้นก็ไปกันเถอะ ฉันจะพาพวกเธอไปลงทะเบียนเข้างานเอง!”
…
วิหารราชันย์เทพยุทธ์
ฉู่โม่วนำหลี่โย่วเวยและหลี่เสวียนจี ลูกศิษย์ทั้งสองของเขาไปยังโถงหลักของที่นี่เพื่อพบกับราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง
“ข้าน้อยหลี่โย่วเวย / หลี่เสวียนจี มาพบท่านราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางแล้วค่ะ/ครับ!”
ทั้งสองก้มหัวทำความเคารพอย่างพร้อ