นเป็นนายพลเมืองได้เลย
ชัดเจนแล้วว่า สิ่งนี้คือของฝากจากฉู่โม่วและเฉินซีเวยที่ทิ้งไว้ให้เขา เพราะทั้งสองกลัวว่าเขาจะไม่ยอมรับไว้ จึงเลือกที่จะวางทิ้งไว้ให้เช่นนี้แทน
“พวกเธอนี่มัน…”
เสิ่นจิ้นพูดไม่ออกอยู่พักใหญ่ ๆ
…
ที่ด้านนอกฐานลู่หยาง
ตอนนี้เป็นเวลาเย็นแล้ว ท้องฟ้าจึงเริ่มมืดลง เหลือก็แต่แสงอาทิตย์ที่ค่อย ๆ หมดลงไป
ฉู่โม่วและเฉินซีเวยยืนอยู่กลางอากาศ พลางมองกลับไปยังฐานลู่หยางท่ามกลางสายลมที่พัดผ่านในช่วงโพล้เพล้… บรรยากาศเงียบสงบพร้อมกับหมอกจาง ๆ ที่เริ่มก่อตัวจนภาพรอบตัวสลัวลง หมอกเหล่านี้กลืนกินฐานขนาดเล็กให้เข้าไปหลบอยู่ใต้ราตรีที่ไร้แสงตะวัน
ทั้งสองยังคงดูภาพนี้อยู่อีกพักใหญ่ ๆ
“ที่รัก ไปกันเถอะ”
เฉินซีเวยเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่อ่อนโยน
“อ่า นั่นสินะ”
ฉู่โม่วพยักหน้ารับ ก่อนจะอัญเชิญเสี่ยวจินออกมาเพื่อพาพวกเขาไปจากที่นี่
สายลมเข้ามาห่อหุ้มร่างของพญาหงส์ทองคำเอาไว้
เพื่อป้องกันไม่ให้ทั้งสองร่างบนหลังหล่นร่วงขณะทะยานด้วยความเร็วสูง
ในทันทีที่ร่างของเสี่ยวจินเปล่งแสงสีทองอร่าม ร่างของมันก็พุ่งออกไปในทิศทางตรงกันข้ามกับฐานลู่หยางราวกับดาวตกทองคำ ในสายตาของผู้ปลุกพลังทั้งสองที่อยู่บนหลังพญาหงส์ยักษ์ ภาพของฐานลู่หยางค่อย ๆ เล็กลง ๆ จนกระทั่งมองไม่เห็น จากนั้นพวกเขาจึงได้ละสายตาออกไป
ทั้งสองรู้ดี
ว่าถ้าหากไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเขาอาจจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกก็ได้
สิ่งนี้ทำให้เฉินซี