แต่เราได้ร่วมทุนกับหลาย ๆ อุตสาหกรรม แต่พวกเรายังกระตุ้นให้เหล่าผู้ที่มีพลังวรยุทธ์ต่ำเข้ามารวมตัวกันที่นี่ด้วย”
“จากแต่เดิมที่เรามีนายพลเมืองราว ๆ สิบสามคนเท่านั้นกับที่เหลือเป็นผู้ปลุกพลังทั่ว ๆ ไป แต่ในตอนนี้เรามีเหล่านายพลเมืองกว่าหกสิบคนแล้ว แถมยังมีผู้ปลุกพลังระดับอื่น ๆ อีกเกือบพันคน เพราะงั้นแล้ว ตอนนี้ถือว่าพวกเราเจริญรุ่งเรืองมาก ๆ เลยก็ว่าได้ครับ”
“แต่ทว่า… ภายหลังจากที่พัฒนาเติบโตไปได้ระดับหนึ่งแล้ว ตำหนักลับแห่งสวรรค์เองก็ถึงจุดอิ่มตัว สำหรับฐานนี้ด้วยเช่นกัน เพราะเหล่าธุรกิจอุตสาหกรรมต่าง ๆ ภายในฐานขนาดใหญ่มันค่อนข้างจะลงตัวกันหมดแล้ว เลยยากที่จะทลายจุดอิ่มตัวนี้ ดังนั้นพวกเราเลยตัดสินใจที่จะไปสร้างสาขาย่อยที่ฐานขนาดกลางและเล็กที่อยู่ในละแวกนี้แทน ทั้งนี้ก็เพื่อขยายชื่อเสียงของตำหนักลับแห่งสวรรค์ และอีกเหตุผลหนึ่งก็เพื่อนำเหล่าผู้ปลุกพลังที่ขาดโอกาสมาช่วยพัฒนาความแข็งแกร่งให้พวกเขา”
สวี่ชวนอธิบาย
“แบบนี้นี่เอง”
ฉู่โม่วพยักหน้าแล้วยิ้มออกมา “การที่ตำหนักลับแห่งสวรรค์พัฒนามาได้ขนาดนี้ เป็นเพราะความสามารถและความร่วมมือของพวกคุณจริง ๆ ผม… ดีใจมาก ๆ เลยครับ”
“ขอบคุณสำหรับคำชมครับ ท่านเจ้าตำหนัก”
สวี่ชวนที่โดนชมเองก็รู้สึกดีเช่นกัน
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้นเอง
จู่ ๆ ร่างหนึ่งก็รีบพุ่งพรวดเข้ามา หลังจากที่เขาเห็นแล้วว่าผู้ที่อยู่ในห้องนี้เป็นฉู่โม่วจริง ๆ ดวงตาของเขาก