็เป็นประกายออกมาพร้อมกับก้าวเท้าเร็วไปทำความเคารพชายหนุ่มด้วยความดีใจ “ช่ายเฟิง ทำความเคารพท่านเจ้าตำหนักครับ!”
ฉู่โม่วหันไปมองแล้วก็พบว่าผู้ที่เข้ามานั้นคือช่ายเฟิงที่เพิ่งพูดถึงไปเมื่อครู่นี้เอง!
แต่เดิมแล้วเขาตั้งใจจะมาตรวจดูว่ามีสาขาย่อยอยู่ในฐานเล็ก ๆ ที่ไหนบ้าง เพื่อจะได้นำคนจากสาขาหลักไปช่วยดูแลที่นั่น
ทว่าเมื่อเขามาถึงสาขาหลัก เขาก็ได้ยินจากเหล่าผู้ปลุกพลังภายในตำหนักพูดกันว่าท่านเจ้าตำหนักฉู่โม่วกลับมาแล้ว เพราะงั้นเขาถึงได้รีบมุ่งหน้ามายังโถงหลักนี้ทันที
“แหม ๆ ทำความเคารพอะไรกัน”
“ฉันไม่ได้เป็นเจ้าตำหนักแล้ว คนที่เป็นเจ้าตำหนักตอนนี้น่ะคือช่ายเฟิงต่างหาก ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้”
ฉู่โม่วพูดพร้อมรอยยิ้ม
“แม้ว่าท่านเจ้าตำหนักจะสละตำแหน่งแล้ว แต่ภายในใจของช่ายเฟิงผู้นี้ ท่านฉู่ยังคงเป็นเจ้าตำหนักตำหนักลับแห่งสวรรค์อยู่เสมอครับ!”
ช่ายเฟิงพูดด้วยความเคารพ
“ช่ายเฟิง ไม่เจอกันนาน ไม่คิดเลยว่านายจะเรียนรู้การเยินยอแบบนี้มาด้วย ดูไม่เหมือนช่ายเฟิงที่ฉันรู้จักเลยนะเนี่ย ฮ่า ๆ ๆ” ฉู่โม่วยังคงยิ้มแย้ม
“เรื่องของท่านฉู่นี้ทุกคนย่อมรู้ดีอยู่แล้วครับ มันเป็นเรื่องจริงที่ผมเองก็ต้องยอมรับ”
ช่ายเฟิงรีบตอบ
“นายนี่มัน…”
ฉู่โม่วชี้ไปที่อีกฝ่าย
ขณะเดียวกัน ช่ายเฟิงก็ทำได้เพียงยิ้มแล้วก็เกาหัว
ภาพนี้หากเรียกให้ผู้ปลุกพลังนอกตำหนักมาดู พวกเขาคงจะต้องตกตะลึงเป็นอย่างมากแน่ ๆ เพราะในสายตาของพวก