เขา เจ้าตำหนักผู้นี้มักจะทำสีหน้าหนักแน่นและเงียบขรึมอยู่เสมอ ไม่มีทางเลยที่จะได้เห็นรอยยิ้มเช่นนี้ แบบนี้จะไม่ให้ประหลาดใจได้อย่างไร?
ระหว่างที่พูดคุยกัน เวลาก็เดินไปอย่างรวดเร็ว
เพียงไม่นาน เวลาตกเย็นก็ดำเนินมาถึง
และในตอนนี้
จู่ ๆ ก็มีผู้ปลุกพลังคนหนึ่งนำข่าวเข้ามารายงาน บอกว่าผู้อาวุโสของสามตระกูลใหญ่กับผู้อาวุโสตระกูลหมัวของพันธมิตรการค้าหยกแก้วส่งคำเชิญมายังฉู่โม่วเพื่อเชิญเขาไปงานเลี้ยง
ตอนแรกนั้นฉู่โม่วตั้งใจจะปฏิเสธไป
อันที่จริงเขาก็มักจะปฏิเสธการเข้าร่วมงานเลี้ยงต่าง ๆ อยู่แล้ว
แต่เมื่อมาคิดดูดี ๆ
การที่ตำหนักลับแห่งสวรรค์สามารถเติบใหญ่ขึ้นมาได้อย่างราบรื่นและกลายเป็นหนึ่งในตำหนักที่มีชื่อเสียงในฐานขนาดใหญ่นี้ได้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะพวกเขาทั้งหลายช่วยกันสนับสนุน ดังนั้นในเมื่อเจ้าตัวส่งคำเชิญมาถึงขนาดนี้ หากปฏิเสธไปคงจะทำให้เขาเสียหน้า
ด้วยเหตุนี้เขาจึงตอบตกลงไป
สถานที่จัดงานเลี้ยงคือชั้นบนสุดของอาคารหอการค้าหยกแก้ว
ในคืนนั้น ฉู่โม่วมุ่งหน้าไปงานเลี้ยงพร้อมกับเฉินซีเวย ช่ายเฟิงและสวี่ชวน
เมื่อฉู่โม่วไปถึง เหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายก็มาถึงก่อนแล้ว และทันทีที่พวกเขาเห็นฉู่โม่ว ทั้งหมดก็พากันยืนขึ้นและทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงกันโดยเร็ว
“พวกเรามารอท่านแล้ว ยินดีที่ได้พบเจอครับ ท่านฉู่โม่ว!”
เสียงทักทายอย่างสามัคคีกันดังขึ้น
“พวกเราต่างก็ล้วนเห็นหน้าค่าตากันบ่อย ๆ อยู่แล้ว ไม่ต