วซานซานก็กล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงจริงใจ
“พวกเราเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว ไม่ต้องคิดมากหรอก”
ฉู่โม่วยังคงยิ้มให้
หมัวซานซานพยักหน้ารับรอยยิ้มนั้น ก่อนจะเหลือบมองไปยังเฉินซีเวยที่อยู่ข้าง ๆ ฉู่โม่ว เธอผู้นี้ยังคงงดงาม ทว่าสิ่งที่แปลกไปคือการที่เฉินซีเวยกอดแขนฉู่โม่วไว้ด้วยท่าทีสนิทชิดเชื้อ มันทำเอาเธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยเสียงตะกุกตะกัก “ฉู่โม่ว… นาย…”
“อ๋อ พวกเราแต่งงานกันแล้วน่ะ ครั้งนี้ที่กลับมาก็เพราะตั้งใจจะมาฮันนีมูนกันสักหน่อย”
เขาพูดตามตรง
“สวัสดีค่ะ คุณหนูหมัว”
เฉินซีเวยเองก็กล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
“อะ…เอ่อ… สวัสดีค่ะ”
หลังจากที่ได้ยินฉู่โม่วพูดแนะนำ หมัวซานซานก็รู้สึก ‘หนักอึ้ง’ ขึ้นมาในหัว ราวกับเธอสูญเสียความสามารถในการนึกคิดไปชั่วขณะ
ภายในใจของหญิงสาวในตอนนี้ เต็มไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายได้ยากมาก ๆ
ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดี
ฉู่โม่วที่ไม่รู้ว่าหมัวซานซานกำลังคิดอะไรอยู่ เมื่อเขาเห็นเธอนิ่งไป ด้วยความสงสัยเขาจึงถามขึ้นมาทันที “ซานซาน ทำไมเธอถึงมาอยู่ในที่ที่อันตรายแบบนี้ล่ะ?”
“เรื่องมัน… เอ่อ… ยาวน่ะ”
เธอเรียกสติกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจแล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้อีกฝ่ายฟัง
ภายหลังจากที่ได้ยินดังนั้นแล้ว ฉู่โม่วก็เข้าใจ
เขาและหมัวซานซานนั่งคุยกันอีกพักใหญ่ ๆ
หลังจากที่ได้คุยกันแล้ว หมัวซานซานก็ได้ถามสถานการณ์ของฉู่โม่วที่ได้ไปอยู่ที่สุดยอดฐานจงไห่ ซึ่งแน่นอนว