นเรียบร้อยแล้ว
ดังนั้นฉู่โม่วจึงฝากข้อความทิ้งไว้ถึงราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางและเจียงเยว่เหยาตามลำดับ ก่อนจะจับมือภรรยาและบินออกจากฐานทัพจงไห่ทันที
…
พรึ่บ!
เสียงดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า
เมื่อมองตามเสียงไปจะเห็นพญาหงส์กางปีกสีทองบินอยู่เหนือเมฆ
ที่แผ่นหลังของมัน
ฉู่โม่วและเฉินซีเวยกอดกันแนบแน่นและมองออกไปเบื้องล่าง
ทั้งคู่กำลังมุ่งหน้าไปยังทิศที่ฐานลู่หยางตั้งอยู่
พวกเขาเดินทางไปอย่างเชื่องช้าในช่วงฮันนีมูน มีแวะชมทิวทัศน์ที่สวยงามระหว่างทางเป็นครั้งคราว เมื่อผ่านฐานเล็ก ๆ ทั้งสองก็จะหยุดและลงไปเดินเล่น ใช้เวลาร่วมกันอย่างหวานแหวว
และช่วงเวลาฮันนีมูนได้ผ่านไปห้าวันเต็ม ระยะทางห่างจากฐานทัพจงไห่ยังเหลือมากกว่าหนึ่งแสนกิโลเมตร
ในวันนี้
เสี่ยวจินพาฉู่โม่วและเฉินซีเวยบินผ่านมาถึงภูเขาไฟ
ที่แห่งนี้ยังคงปะทุร้อน และล้อมรอบด้วยทะเลทรายกว้างใหญ่ ไม่มีแหล่งน้ำหรือพืชพรรณ ไม่มีแม้แต่สิ่งมีชีวิตใด ๆ ปรากฏเพียงคลื่นความร้อนไร้ที่สิ้นสุดออกมา
นี่คือสถานที่ที่วิหคเพลิงอาศัยอยู่ตามข้อมูล
“ที่รัก เรามาทำอะไรที่นี่เหรอ”
เฉินซีเวยที่ยังคงอยู่ในอ้อมอกชายหนุ่มจ้องมองลงไปและถามด้วยความสงสัย
“ฝูงนกกระเรียนอาศัยอยู่ที่แห่งนี้ พวกมันต่างมีแก่นแท้ธาตุไฟในร่าง หากใครได้ดูดซับเข้าไป จะช่วยส่งเสริมพรสวรรค์ธาตุไฟได้ ฉันจึงต้องการเอามันมาให้เธอ!”
ฉู่โม่วกล่าว
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหญิงสาวก็มีสีหน้าเขินแดง
แต่แล้วเธอก็น