ึกบางอย่างขึ้นได้และพูดว่า “ฉันจำได้ว่ามีวิหคเพลิงอาศัยอยู่ในกลุ่มฝูงนกกระเรียนนี้ มันแข็งแกร่งมาก มันจะไม่เป็นอะไรเหรอ”
สีหน้ากังวลปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเฉินซีเวย
“อย่ากังวล มันเป็นแค่วิหคเพลิง!”
ฉู่โม่วลูบหัวของเธออย่างอ่อนโยน
ในเวลานี้ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ไร้สัญญาณสิ่งมีชีวิตใด ๆ ชายหนุ่มจึงให้เสี่ยวจินบินวนไปรอบ ๆ ครู่หนึ่งเพื่อค้นหาวิหคเพลิง
เพียงไม่นาน
“จิ๊บจิ๊บ!”
ทันใดนั้นพลันได้ยินเสียงร้องชัดเจนบนฟากฟ้า
ฉู่โม่วเห็นในระยะไกล มีร่างนกขนาดใหญ่หลายตัว ขนาดมากกว่า สิบเมตรบินมาทางด้านนี้ รัศมีเปลวเพลิงลุกโชนไปทั่วร่างกายของพวกมัน
ขณะนี้
นกตัวนี้มันพบฉู่โม่วและส่งเสียงร้องเตือนออกไป ก่อนจะอ้าปาก และพ่นลูกไฟออกมาโจมตีทันที
“หือ…”
เมื่อเห็นว่าลูกไฟกำลังจะเข้าปะทะ เสี่ยวจินก็พลันกระพือปีก ก่อตัวเป็นพายุเฮอริเคนโจมตีสวนกลับทันที
หลังจากนั้น
ลูกไฟถูกเป่ากระจายออกไปทันที
“เยี่ยมมาก!” เมื่อเห็นการตอบโต้นี้ ชายหนุ่มส่งเสียงชมออกมาทันที
“แกเก่งมากที่ป้องกันการโจมตีของสัตว์อสูรระดับ 6 ได้ ดูท่าแล้วแกก็มีพรสวรรค์เหมือนกันนะ!”
ฉู่โม่วกล่าว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
เสี่ยวจินก็ร้องขึ้นอย่างดีใจ
ฉู่โม่วไม่ได้สนใจมันต่อ และหันไปหาหญิงสาวก่อนจะพูดว่า “เธอรอฉันสักพักนะ เดี๋ยวฉันจะรีบกลับมา”
“อืม ระวังตัวด้วยนะ”
เฉินซีเวยพยักหน้าและเตือนอย่างเป็นห่วง
ร่างของฉู่โม่วสว่างวาบกลายเป็นลำแสงหายไปจากบนหลังของ เสี่ยว