ทำให้เขาพลอยรู้สึกเสียใจไปอยู่พักใหญ่ ๆ
ท้ายที่สุดแล้วเขาก็สามารถทำใจยอมรับมันได้
ฉู่โม่วผู้นั้นถือเป็นมังกรหลับใหลที่แท้จริง วันใดที่เขาคิดจะทะยานฟ้า ไม่ว่าเพดานจะสูงแค่ไหนก็ไม่อาจเป็นอุปสรรคได้ ในขณะที่เขานั้นเป็นเพียงผู้ปลุกพลังทั่ว ๆ ไปคนหนึ่งที่ไม่คาดคิดเลยว่าจะมีโอกาสได้ผูกมิตรกับมังกรหลับใหลอย่างฉู่โม่วเช่นนี้
“ไปกันเถอะ”
เฉียนเหิงหันหน้ากลับไปยังคฤหาสน์ของตน “กลับไปปรึกษากันเรื่องสิ่งต่าง ๆ ที่ตระกูลเฉียนของฉันต้องทำ แล้วมาร่วมกันพัฒนาตระกูลของพวกเราให้ดียิ่งขึ้น!”
…
บนท้องฟ้า
ฉู่โม่วกำลังบินไปยังทิศทางของเขตแดนลับอย่างรวดเร็ว
ตามที่เฉียนเหิงกล่าวเอาไว้ เขตแดนลับแห่งนี้อยู่ลึกไปในหุบเขาราว ๆ แปดแสนกิโลเมตร
หากจะเข้าไปยังเขตแดนลับแห่งนี้ด้วยเส้นทางธรรมชาติ ต่อให้เป็นผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์ก็อาจจะต้องใช้เวลานานกว่าจะเข้าถึงได้
แต่ด้วยชั่วลัดนิ้วมือของฉู่โม่วนั้น เพียงแค่หนึ่งก้าวก็ทำให้เขาเดินทางไปไกลกว่าสี่พันกิโลเมตร เขาถึงย่นระยะเวลาการเดินทางไปได้มากเลยทีเดียว
หลังจากที่เดินทางมาแล้วสักพัก
ฉู่โม่วก็ก้าวเข้าสู่เทือกเขาที่ไม่คุ้นเคย
เมื่อมองลงไป เขาก็พบว่าเบื้องล่างนั้นมีรอยแยกเป็นหุบเขาอยู่ลึกลงไปด้านล่าง
มันยาวราว ๆ แสนกิโลเมตร และกว้างราว ๆ สามพันกิโลเมตร
เขาลอยตัวอยู่บนอากาศและมองลงมา มันเหมือนรอยแยกเสียมากกว่าหุบเขา ราวกับโลกถูกผ่าลงมาจนเหลือร่องรอยที่น่าประหลาด