มาตรงหน้า
โลกเปลี่ยนแปลงไปในทันใด
เหนือศีษระ ดวงดาวนับไม่ถ้วนพลันหดเล็กลง ท้ายที่สุดก็ก่อเป็นกระแสลมหวนขนาดใหญ่ ณ ใจกลางหมู่ดาว อีกทั้งโลกทั้งใบดูราวกับบิดเบี้ยวไปอย่างต่อเนื่อง
แรงดูดมหาศาลเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ขณะเดียวกันฉู่โม่วก็ถูกดูดเข้าไปในกระแสลมหมุน และไม่มีเสียงใด ๆ ตรงหน้าอีก
ตู้ม!
ไม่มีใครรู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร
อาจดูเหมือนเพียงครู่เดียว แต่ก็เหมือนผ่านไปอย่างยาวนาน
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงหนึ่งขึ้น
ฉู่โม่วค่อย ๆ ตื่นขึ้นมา
แล้วเขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่ายอดเขาที่เคยยืนอยู่นั้นหายวับไปแล้ว
แม้แต่ดวงดาวนับไม่ถ้วนในบททดสอบสะพานสายรุ้งก็หายไปด้วยเช่นกัน
เมื่อมองไปรอบ ๆ
มีเพียงแสงประกายและดวงดาวไร้ที่สิ้นสุดให้เห็นเท่านั้น
นอกจากนั้นก็ไม่มีสิ่งอื่นใดอีก…
เมื่อเห็นภาพนี้ยังคงให้ความรู้สึกสับสน
ชายวัยกลางคนในชุดสีขาวคนนั้น …ร่องรอยเพียงอย่างเดียวบนโลกใบนี้ของเขาได้หายไปแล้ว
‘ท่าน… จงไปให้สุดทางอย่าหวนกลับ!’
ฉู่โม่วพึมพำเงียบ ๆ อยู่ในใจขณะที่กล่าวลาชายปริศนา
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้น
ชายหนุ่มรีบจัดการอารมณ์ความรู้สึกและวางแผนออกไปจากที่นี่
แต่…
ตอนที่กำหนดทิศทางได้และกำลังจะออกบินนั่นเอง เขาก็ต้องเปลี่ยนสีหน้าเมื่อสัมผัสได้ถึงรัศมีอันเฉียบคมที่กำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว
“เจ้าหนุ่ม รีบส่งถุงเก็บของของแกมาซะ!”
ยังไม่มีใครปรากฏตัวให้เห็น
แต่เสียงนั้นเป็นเหมือนกับสายฟ้าที่ฟาดลงมาอย่าง